แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน  (อ่าน 962 ครั้ง)

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,330
  • ถูกใจแล้ว: 545 ครั้ง
  • ความนิยม: +84/-125
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 12:40:26 AM »
[quote/]


คนกลุ่มน้อย ฝั่งไหนล่ะ ครับ ให้ผมรู้บ้างสิ หรือให้ผมยกมาเอง


อย่างเขมร หรือพม่า พวกนี้เก็บเงินเก่งนะ เพราะมาเป็นลูกจ้าง ในไทยแต่มีที่พักให้อยู่ มีข้าวให้กินไม่ต้องซื้อเอง
แต่อย่าหวังมากกับรสชาติ หรือคุณภาพ   ซึ่งไอ้งานที่หลายคนบอกว่าคนไทยไม่ทำ นี่น่ะ  เคยไปทำเองไหม
ผมเคยนะ เงินนิดๆ หน่อย นอกนั้นไม่มีอะไรเลย ข้าวก็ต้องซื้อแถม ขายมันแพงๆ อีก วันนึสรุปเหลือกลับบ้านจริง 100กว่าบาท ค่าน้ำค่าไฟ ซื้อข่าวสาร ของใช้สินเปลืองที่บ้านอีก ถามจริงว่าจะเหลืออะไร
   เพราะมันห่วยแบบนี้คนไทยเลยไม่ทำ  เลยไปเอาพม่าเขมรมาทำ ทำไปได้สักพักมันรู้ว่าเป็นแบบนี้ เขมร พม่ามันก็หนี แหละใครจะไปอยู่ทำ  พอไม่มีคนทำก็บ่นคนชีเกียจ ไม่ทำงาน   
         :D  ดูความจริงเรื่องค่าแรงก่อนเถอะว่ามันพอใช้จริงๆ ไหม สุดท้ายรู้ไหมว่า รวมๆ แล้วนี่บางที เขมรได้ค่าแรงรวมๆ ต่อวันเยอะกว่าค่าแรงขั้นต่ำคนไทยซะอีกนะ เพราะถ้ามันไม่ทำให้ก็ไม่มีใครทำให้อีกแล้ว
บางที่ปรับค่าแรงตามจำนวนงานที่ได้ออกมาแทน ไม่ได้จ่ายเป็นค่าแรงขั้นต่ำ วันๆ นึงได้เงินเยอะกว่าค่าแรงขั้นต่ำซะอีก 
         ไอ้ที่รู้จัก กลับเขมรไปปลูกบ้านหรือตึกได้ 3 หลัง รอบสุดท้ายมันก็บอกว่ากลับรอบนี้ไม่มาอีกแล้ว เพราะมีพอแล้ว
   ก็ความต่างค่าเงินมันมีผลเยอะ นี่แหละ เก็บเงินได้ 10000 นึงเมืองไทยทำอะไรได้บ้าง แต่เอากลับไปบ้านมันปลูกบ้านหลังเบอร์เริ่ม   พวกอยู่พม่าก็พอกัน เคยเล่าให้ฟังว่ามี 3-4000 นี่ปลูกบ้านได้หลังนึงสบายๆ
       เหมือนคนไทยไปทำงานเมืองนอกนั่นแหละ ค่าแรงฝรั่งมันน้อย แต่แปลงกับเป็นเงินไทยแล้วมันเยอะ




หรือจะเอาพวกอีสาน ล่ะ พวกนี้ก็เก็บเงินเก่งนะ  เงินเดือนแทบไม่ใช้ ว่างก็ออกไปหาของมาทำกิน ไม่ต้องซื้อ
ไอ้ที่ออกไปหาของมาทำกินไม่ต้องซื้อ ฟังเหมือนประหยัดอดออม   แต่ในความจริง คือไปขโมยพืชผล ลักปลาในบ่อ ที่คนเขาไม่ได้เฝ้า นี่แหละ
     เคยบ่นไว้จนเบื่อแล้วว่า      9มม   12เกจ นี่สารพัดประโยชน์ไล่เพลี้ยกระสอบ กับเหี้ย2ขาได้ดีนักแล
พวกนี้บางเหล่าเก็บเงินเก่งนาปลูกบ้านได้เป็นหลัง โดยไปหาเกาะค่อยๆ ดูดตังอีกต่างหาก ที่เคยเห็นมาจ๊ะๆ ก็ 3 คนล่ะนะ พอเริ่มชวนให้ขายบ้านขายที่ไปอยู่ด้วยกันล่ะก็ เตรียมตัวได้เลยว่ามันจะเอาเงินเฉดหัวทิ้งล่ะ 
       เหมือนข่าวที่ออกไปไม่นาาน ฝรั่งฆ่าเมียคนไทยฝังดิน เพราะอุตส่าขายสมบัติที่อเมริกามาอยู่ด้วย พอมาอยู่ด้วย กลับโดยไล่กับ(เพราะดูดเงินหมดแล้ว)
       นี่แหละอันที่ผมรู้จักเห็นมากับตาอ่ะนะ
       พวกที่เก็บเงินเก่งๆ อ่ะ



เอาจริงๆคือชนกลุ่มน้อยจากทุกประเทศเลยครับเก็บเงินเก่งกว่าไทยหมด ทั้งพม่า ลาว เขมร เวียดนาม อินเดีย จีน  หลายคนทำธุรกิจในไทย ปลูกบ้านอยู่กันในไทยเยอะนะครับ ใหม่ๆค่าแรงก็แถบๆขั้นต่ำละครับ แต่ถ้าทำงานดีได้เยอะไม่แปลก แสดงว่านายจ้างฉลาด คนไทยทำก็เรทเดียวกันทำเยอะได้เยอะ เอาว่าเทียบกับคนไทยรายได้ตอนพวกนี้มาใหม่ๆอยู่ระดับล่างๆเลยละ เพราะคนไทยก็มีจบสูงรายได้ดีหลักหมื่น แต่พอเค้าตั้งตัวทำมาค้าขายได้ก็เริ่มรวยกว่าคนไทยโดยเฉลี่ย


จะบ่นว่าเก็บเงินไม่อยู่เพราะค่าแรงไม่พอ วันละ300-400 ไม่พอ แต่ที่จบสูงหน่อยได้เดือนละหลายหมื่นยังเดือนชนเดือน ถูกหวยรางวัลที่ 1 ไม่กี่ปีหมด มีเท่าไหร่มันก็ไม่พอครับ ถ้าคนมันจะใช้มีมากขึ้นมันก็ใช้มากขึ้น รายได้มากขนาดไหนก็หมด


ถ้าอยากลดรายจ่ายอันดับแรกต้องยอมรับความผิดพลาดของตัวเองก่อน เพราะถ้ามันแต่โยนทุกอย่างเป็นความผิดคนอื่นมันจะแก้ไม่ได้


ลองศึกษาดูทำบัญชีง่ายๆแค่จดบันทึกรายจ่าย จะได้รู้ว่ารายจ่ายส่วนใหญ่อยู่ตรงไหน แล้วก็จะได้วางแผนลดได้
ลองดูชนกลุ่มน้อยที่รายได้น้อยเค้ากินอยู่ยังไงทำไมเค้าถึงเก็บเงินได้















 

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,271
  • ถูกใจแล้ว: 1137 ครั้ง
  • ความนิยม: +112/-124
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 03:40:21 AM »
[quote/]


คุณ @deaddy เราต้องมองไปที่ปัจจัย 4 ของสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งควรมีครับ
1.บ้าน
2.อาหาร
3.ยาและค่ารักษา
4.เครื่องนุ่งห่ม


4 อย่างนี้คือเป็น Basis of Basic ของการที่มนุษย์คนหนึ่งจะดำรงชีวิตได้


ทีนี้ถ้าเราอยากจะรู้ว่าเราควรจะเงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะพอ เราต้องมองไปที่ต้นทุนของปัจจัย 4 เสียก่อน


สมมุติ นาย A ต้องทำงานที่กรุงเทพฯ เขาทำงานตั้งแต่ อายุ 18 จนถึง 60 ปี คิดเป็น 42 ปี
บ้านกรุงเทพ 1 หลัง ราคาเท่าไหร่ครับ?
อาหาร 365 วัน x 3 มื้อ x 42 ปี  เท่าไหร่ครับ?
ยารักษาโรคและค่าหมอ ปีหนึ่งตกเท่าไหร่ x 42 ปี เท่าไหร่ครับ?
เครื่องนุ่งห่ม จำนวนเสื้อผ้าเฉลี่ยกี่ชุดต่อคนต่อปี x 42 ปี เท่าไหร่ครับ?
แล้วเอา 4 ข้อนี้ บวกกัน


เราต้องมาคิดต้นทุนกันแบบนี้ อ้อ แล้วอย่าคูณเงินเฟ้อเพิ่มด้วยนะ เพราะแต่ละปีต้องถือว่าค่าเงินไม่เท่ากัน


อันนี้คือ ประหยัดในระดับที่เรียกอุดมคติเลยนะ เหล้าก็ไม่กิน เกมส์ก็ไม่เล่น ผู้หญิงก็ไม่เที่ยว เป็นคนโครตงกแบบอุดมคติ


เราต้องคำนวนดูก่อนครับ ผมไม่ได้อยู่ไทยนาน ไม่รู้ราคาของปัจจุบันไปเท่าไหร่แล้ว ถ้าใครรู้ลองคำนวนดูหน่อยครับ ผมเองก็อยากเห็นตัวเลข


แต่ถ้าจำไม่ผิดผมเคยคำนวนไว้เมื่อนานมาแล้วว่า คนๆหนึ่งจะใช้ชีวิตได้สะดวกสบายจนถึงแก่โดยไม่ต้องเป็นภาระผู้อื่น ทั้งค่ารักษาพยาบาลและที่อยู่


คนหนึ่งคนจะต้องมีเงินรวมไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทนะครับเมื่อตอนเกษียณ อายุ 60 ปี


ไม่ขนาดนั้นหรอกครับอย่างครอบครัวนึงๆ
มีพ่อแม่ลูก การที่จะไม่เดือดร้อนใครควรจะมีตัง 30-60 ล้านอย่างนั้นใช่ไหมครับ


ผมรู้จักคนที่เกษียณหลายคนก็มีตังไม่ถึง 10 ล้านด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้มารบกวนใครนะครับ


คืออยู่สบายน่ะมันหลายเกรด 30 ล้านตอนเกษียณ
มันเทียบเท่าใช้เดือนละแสนเลยนะครับ  :(


เอาจริงๆเงินแค่ 20 ล้านไปซื้อพันธบัตร รึหุ้นกู้ดอก 3%
แค่นี้ก็ได้เดือนละ 50000 แล้ว แถมเงินต้นไม่ลด
จนแก่ตาย ถ้าไม่ป่วยโรคแพงเกินยังไงก็ใช้ไม่หมด
แต่ถ้าอายุเกิน 100 ปีอันนี้ก็อีกเรื่อง ตอนนั้นก็ช่างมันแล้ว ;D
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,330
  • ถูกใจแล้ว: 545 ครั้ง
  • ความนิยม: +84/-125
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 05:07:46 AM »
^^ จริงๆเค้าน่าจะหมายถึงค่าใช้จ่ายตลอดชีวิตนะครับ 30 ล้าน ประหยัดๆ  คิดว่าคนนึงอยู่ 70ปีเฉลี่ย ก็ตกปีละ 430,000 บาท เดือนละราวๆ36,000 วันละ 1200ซึ่งเยอะกว่าค่าแรงขั้นต่ำอีก และเยอะกว่าเงินเดือนคนจบปริญญาตรีด้วยซ้ำ ซึ่งจริงๆคนจนได้ค่าแรงขั้นต่ำเค้าก็อยู่กันได้ ต่างด้าวเค้าเก็บเงินปลูกบ้านทำธุรกิจกันได้ด้วยซ้ำไม่ต้องมีเงินขนาดนี้



 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,432
  • ถูกใจแล้ว: 894 ครั้ง
  • ความนิยม: +105/-207
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 07:25:30 AM »
คิดจากค่าใช้จ่ายอย่างมีคุณภาพชีวิตหรือเปล่า ไม่ใช่อยู่แบบสลัม ต้มมาม่า ดูรูปใครบางคนแล้วบอกทรงเจริญอาหาร  มีรถมีบ้าน จ่ายค่าเรียนให้ลูก 30 ล้านนี่เงินหมุนผมเดือนนึงเลยนะ  ???  มันไม่ใช่เงินที่เกินเอิ้อมสำหรับ SME ขนาดกลาง  แต่มันเป็นรายได้ที่ขั้นต่ำในบางประเทศหามาได้ชิว...  สำหรับประเทศไทย ปัญหานี้ ผมบอกได้เลยมาจากการทำธุรกิจแบบคนจีน  down to buttom.... ]ลูกหลานคนจีนในไทยใช้คนงานน้อย...บ้านผมก็ใช่แต่พยายามเปลี่ยนแล้ว เอากำไรน้อย ขายเยอะๆ แต่ผลฉุดราคาสินค้าในตลาดทุกอย่างให้กำไรน้อยลง เมื่อกำไรน้อยก็ต้องใช้อย่างประหยัด การจ้างงานจึงติดให้อยู่ที่ถูกที่สุดก็คือค่าแรงขั้นต่ำๆ  แต่ในเชิงโครงสร้าง ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่จ้างลูกจ้างได้จำนวนมากทำสายการผลิตได้สูง ทำให้ได้เปรียบต่างชาติในการส่งออก แต่พอเห็นอะไรอยู่นะว่าใครได้ประโยชน์ แต่ช่างมันมองเรื่องการแก้  ปัญหาคือ กลับมาที่  คนกระจุกตัวอยู่เมืองหลังและเขตอุตสาหกรรมเยอะ ทุกคนย้ายไปอยู่ตามจุดที่มีงานทำ ระยะแรกต้องกระจายการคมนาคมให้ครอบคลุมจุดสำคัญต่างๆในประเทศให้เดินทางได้ง่าย...ก็รถไฟฟ้าน่ะแหละ  เชื่อมต่อโครงสร้างการเดินทางกับการท่องเที่ยว ให้ทั่วถึงสำหรับแหล่งท่องเที่ยว  เพิ่มคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทั้งรูปลักษณ์และความสะอาดรวมถึงความสะดวกในการเดินทาง  พอแหล่งท่องเที่ยวไปง่ายและดังขึ้นมา  อำเภอตามแหล่งท่องเที่ยวจะมีงานกับเงินที่มากขึ้น คนจะย้ายไปทำงานในเขตชุมชนมากขึ้น บลา บลา บลา  แต่สุดท้ายทุกอย่างขึ้นอยู่กับการคมนาคมพื้นฐาน สภาพความเจริญในเขตนั้นๆ  ของพวกนี้มันบิ้วยาก ถ้านักท่องเที่ยวเดินทางไปยาก หรือไม่ดัง  มันมีหลายปัจจัย เช่น แหล่งแลกเปลี่ยนสินค้า สถานที่เที่ยวดัง กิจกรรมพิเศษเฉพาะถิ่น สุดท้ายสำคัญที่สุดคือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจัยหลักเลย ดูแค่ชลบุรี เชียงใหม่ หัวหิน ความเจริญมาเยอะ จะเจอนักท่องเที่ยวต่างชาติได้บ่อย เพราะกำลังเงินคนในประเทศไม่เพียงพอ ต่อให้พอ คนก็ไม่ว่างเที่ยวกันเท่าไหร่ คนที่มาเที่ยวแล้วใช้เงินเที่ยวคือคนที่ตั้งใจมาเที่ยว  ดังนั้นความเจริญจุดนี้ การเดินทางพื้นฐานที่จะทำให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวจึงสำคัญที่สุดไม่ว่าจะสำหรับคนในประเทศนอกประเทศ  เมื่อรถไฟความเร็วสุงเข้าถึงจังหวัดนั้นๆแล้วการเดินทางพื้นฐานต่อยอดเช่นรถราง รถเมล์ หรือโมโนเรลอะไรก็ได้ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า แค่มาถึงก็ไปต่อไม่ต้องหาไกด์ แล้วมีเส้นทางดิ่งตรงไปแหล่งท่องเที่ยว เช่นรถประจำทางมารับไปแหล่งท่องเที่ยวโดยตรงเลย  อย่างญี่ปุ่นเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยวเขามีรถเมล์รถประจำทางหมด  แม้แต่เมืองบนเขาอย่างนิคโค ที่ถ้าจะให้เทียบบ้านเราคือเขาใหญ่ เขาก็มีรถเมล์วิ่งขึ้นเขารับส่งคนตามทาง  การคมนาคมจะทำให้เศรษฐกิจเจริญ แต่ต้องเป็นการคมนาคมที่เพียบพร้อม ไม่ใช่ทำถนนขยายถนนซ่อมถนนซ้ำๆรัวๆลูป....  งบส่วนกลางถ้าจะจัดมาควรมาแบบเมก้าโปรเจคครบวงจรเอาให้จบเป็นเรื่องๆทีละเขต  ไม่ใช่กระจายไปทุกเขตเท่าเทียมกัน มันต้องมีแนวทาง และมุมมอง ซึ่งเราไม่เห็นอะไรพวกนี้เลยในรัฐข้าราชการหาเช้ากินค่ำ  แต่จะเห็นในรัฐนักธุรกิจ ที่เขาตั้งเป้าและไปให้ถึงเป้า  ประเด็นคือ แม่งก็กลับมาเรื่องโง่ๆ อย่างการใช้งบไปทุ่มอะไรบางอย่างบางที่ก็จะโวยวาย สุดท้ายต้องเฉลี่ยงบเลี้ยงทุกคนออกไป ทำให้ไม่มีแรงจริงๆในการพัฒนาโครงสร้างขนาดใหญ่  เอาจริงนะ ทุกอย่างแม่งเกิดจาก การรวมศูนย์กลางให้ส่วนกลางจัดสรรงบประมาณ  ถ้าให้ท้องถิ่นทำเองกันมากขึ้น แล้วส่วนกลางวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจแบบภาพรวมอย่างเดียว หรือเจาะทำตามเขตสำคัญ แบบจัดคิว โครงสร้างมันน่าจะพัฒนาแบบมีเป้าหมายได้มากกว่าให้ไอ้พวกแดกหินแดกปูนอย่างปัจจุบัน  เปลี่ยน สส กี่คน ไอ้งานพวกนี้ส่วนมากจะเจ้าเดิม เพราะเจ้าที่มันแรง  ยิ่งพิมพ์ ยิ่งเจออภิสิทธิ์ชนว่ะ ...  ว่าเรื่องรายได้ไหงมาจบตรงคมนาคมกับพวกหัวดอที่อยู่เบื้องหลังงบท้องถิ่นว่ะ...






 ??? ??? ??? ก็มันเกี่ยวกันทั้งนั้นแหละไอ้ห่า อวยกันเข้าไปซิ กลุ่มคนที่ถ่วงความเจริญประเทศพวกมีสีกับระบบหาเช้ากินค่ำของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนั้น  สส ถ้ากฏหมายคุมอยู่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตำรวจ ทหารดี ทุกอย่างจะเป็นไปตามระบบ แต่ถ้าคนตรงจ คนคุมกฏหมาย เข้าไปเล่นเองแล้ว...ความเหี้ยจึงบังเกิดต่อโครงสร้าง เพราะปืนคุยได้ทุกอย่างอยู่แล้ว...


 >:( >:( >:( :-\ :-\ :-\ :-X :-X :-X :D :D :D ??? ??? ??? ปลง ไม่ลื้อระบบแม่งยากว่ะ เรื่องรายได้ เพราะงบพัฒนาประเทศพวกนี้เข้าไปแดกหมด  ถ้าไม่มีใครกล้าลื้อซ่อมระบบนี่ยากว่ะ ล่าสุดนักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ มีโครงการรับเด็กใหม่มาทำงานเงินเดือน 18k... โดยรัฐ.... WTF เจ้าหน้าที่กับข้าราชการปัจจุบันมันเยอะเขาคุยกันที่จะลดหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างเสือกจะรับคนเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาคนจบมาไม่มีงานทำ......  มึงไม่มีงบไปพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเพราะข้าราชการเยอะเกินไปกินเงินเดือนเป็นยอด 40% ต่อรอบงบประมาณแผ่นดิน แล้วมึงแก้ปัญหาเสี้ยวนึงของประเทศด้วยการไปเพิ่มภาระในระบบเดิมอีก... แทนที่จะเน้นลงจะไปพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดการจ้างงานจริงๆ มึงรับหมดไม่ไหวหรอก แล้วพวกตกงานก่อนหน้านี้ และตกงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตล่ะ...  สุดท้ายแม่งคือเรื่องโง่ๆเอาลูกหลานข้าราชการเก่ามาหาตำแหน่งลงให้อ้างจ้างนักศึกษาจบใหม่...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2021, 07:43:33 AM โดย sechan »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos, Taw

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 08:32:33 AM »
30 ล้านเนี่ย คือ อันนี้คิดเงินเฟ้อแล้วนะ(F) คิดตอนเกษียณอายุ 60 ปี แต่ครานี้ผมจะคำนวนย้อนกลับจากสูตรสำเร็จหาเงินต่อปี(A)  สมมุติดอกเบี้ย 3% ละกัน



A = F(0.03/(1.03^42-1))
A = 30,000,000 (0.012192)
A = 365,750 บาท/ปี
M = 365,750 / 12 = 30,479 บาท/เดือน ทุกเดือนจนเกษียณอายุ


แล้วเงินจำนวนนี้ ไม่ใช่เงินเดือนนะครับ แต่มันคือเงินเก็บที่หักค่าครองชีพแล้วในแต่ละเดือน ในกรณีที่คุณไม่มีหรือไม่พึ่งสวัสดิการแม้แต่อย่างเดียว คุณจะต้องมีเงินอย่างต่ำเหลือเท่านี้เก็บทุกเดือน


ต้องมีเงินเก็บหลังเกษียณ 30 ล้าน ถึงจะสามารถดำรงชีวิตจวบจนวันตายโดยคุณไม่เป็นภาระใคร ไม่ต้องอยู่แบบสลัม


ไม่ต้องเป็นภาระลูกหลานมาคอยเลี้ยงดู ไม่ต้องให้ใครออกค่ารักษาให้ คุณออกเองได้ทั้งหมด


ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีตั้งแต่ทำงานจวบจนวันตาย โดยที่ไม่พึ่งพาใคร ซึ่งถ้าเรามามองกัน เราเลยจะเห็นว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ในประเทศไทย


ไม่ต้องพูดถึงเงินเก็บ 30,000 บาทต่อเดือนนะ เอาแค่เงินเดือนให้ถึง 30,000 บาท/เดือน ยังมีน้อยคนเลยครับ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องมีรัฐสวัสดิการมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของคนๆหนึ่ง


เพื่อชดเชยให้เสมือนเขามีเงินเก็บ 30,000 บาท/เดือน หรือเงินก้อนเก็บหลังเกษียณ 30,000,000 ล้านบาท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2021, 08:36:59 AM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,271
  • ถูกใจแล้ว: 1137 ครั้ง
  • ความนิยม: +112/-124
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 09:11:51 AM »

30 ล้านเนี่ย คือ อันนี้คิดเงินเฟ้อแล้วนะ(F) คิดตอนเกษียณอายุ 60 ปี แต่ครานี้ผมจะคำนวนย้อนกลับจากสูตรสำเร็จหาเงินต่อปี(A)  สมมุติดอกเบี้ย 3% ละกัน
[img/]


A = F(0.03/(1.03^42-1))
A = 30,000,000 (0.012192)
A = 365,750 บาท/ปี
M = 365,750 / 12 = 30,479 บาท/เดือน ทุกเดือนจนเกษียณอายุ


แล้วเงินจำนวนนี้ ไม่ใช่เงินเดือนนะครับ แต่มันคือเงินเก็บที่หักค่าครองชีพแล้วในแต่ละเดือน ในกรณีที่คุณไม่มีหรือไม่พึ่งสวัสดิการแม้แต่อย่างเดียว คุณจะต้องมีเงินอย่างต่ำเหลือเท่านี้เก็บทุกเดือน


ต้องมีเงินเก็บหลังเกษียณ 30 ล้าน ถึงจะสามารถดำรงชีวิตจวบจนวันตายโดยคุณไม่เป็นภาระใคร ไม่ต้องอยู่แบบสลัม


ไม่ต้องเป็นภาระลูกหลานมาคอยเลี้ยงดู ไม่ต้องให้ใครออกค่ารักษาให้ คุณออกเองได้ทั้งหมด


ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีตั้งแต่ทำงานจวบจนวันตาย โดยที่ไม่พึ่งพาใคร ซึ่งถ้าเรามามองกัน เราเลยจะเห็นว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ในประเทศไทย


ไม่ต้องพูดถึงเงินเก็บ 30,000 บาทต่อเดือนนะ เอาแค่เงินเดือนให้ถึง 30,000 บาท/เดือน ยังมีน้อยคนเลยครับ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องมีรัฐสวัสดิการมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของคนๆหนึ่ง


เพื่อชดเชยให้เสมือนเขามีเงินเก็บ 30,000 บาท/เดือน หรือเงินก้อนเก็บหลังเกษียณ 30,000,000 ล้านบาท

อ๋อ คิดที่เงินเฟ้ออีก 40 ปีข้างหน้าสินะ
คิดที่ 3% ก็ราวๆ 3 เท่า


ยุคนี้มันลงโทษคนมีตังเก็บอยู่ละ
แต่ถ้าเอาตังไปลงทุนในกองทุนมันก็ได้อยู่นะ
อย่างกองที่ผมโดนบังคับถือ ก็ได้เฉลี่ยราวๆ 4-6% ต่อปีชนะเงินเฟ้ออยู่


แล้วถ้าเป็นการลงทุนความเสี่ยงต่ำอื่นๆมันก็เพิ่มตามอยู่
จะคิดที่เงินเก็บไว้เฉยๆไม่ได้นะ
เพราะไม่ว่าจะเก็บรูปแบบไหนมันก็มีดอก หรือค่าใช้จ่ายในการเก็บ


คิดคร่าวๆ 2% ก็ได้ แต่ถ้าลงทุนเอาแค่ 2% นี่คือพวกมีเงินแต่ไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ
หุ้นกู้ cp เห็นว่าราวๆ 3% รึหาหุ้นปันผลซัก 5%ก็สบายแล้ว

 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos, nosta

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,330
  • ถูกใจแล้ว: 545 ครั้ง
  • ความนิยม: +84/-125
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 09:12:58 AM »
เดี๋ยวนะ ไอ้ตัวเลขเงินเก็บหลังเกษียณ 30ล้านมันผิดตั้งกะต้นแล้ว อายุเฉลี่ยคนไทยอยู่ 78 อยู่หลังเกษียณได้แค่ 18 ปี 30ล้านตกปีละล้านเจ็ด เดือนละเกินแสน นี่คือที่คุณบอกอยู่อย่างประหยัดสุดๆ คุณต้องเก็บเงินเดือนละ 30000 เพื่อใช้ยามเกษียณเดือนละ เกือบแสนสี่ มันไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว


คุณต้องมีเงินใช้ยามเกษียณเดือนละแสนถึงไม่ต้องพึ่งคนอื่นไม่ต้องอยู่สลัมหรือ ปกติเค้ามีบ้านของตัวเองอยู่แล้ว เดือนละ9000ก็สบายๆ คนแก่ไม่ค่อยเที่ยว ไม่ค่อยเดินทาง กินก็ไม่ค่อยเยอะ ป่วยไป รพ รัฐ


คนปกติเค้าแค่เก็บเงินเข้ากองทุนยามเกษียณ ก็อยู่ได้สบายแล้ว สำคัญต้องเก็บตั้งกะเนิ่นๆ


สำคัญคือสติปัญญาและวินัยในการออมเงิน ถ้าขาดสติปัญญา ต่อให้ถูกหวยชุดใหญ่ 30ล้านจริงๆ ไม่กี่ปีก็หมด ถ้ามีสติปัญญามีวินัยการออม เก็บได้อยู่แล้ว ดูแรงงานต่างด้าวสิ


 

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 09:28:29 AM »
เดี๋ยวนะ ไอ้ตัวเลขเงินเก็บหลังเกษียณ 30ล้านมันผิดตั้งกะต้นแล้ว อายุเฉลี่ยคนไทยอยู่ 78 อยู่หลังเกษียณได้แค่ 18 ปี 30ล้านตกปีละล้านเจ็ด เดือนละเกินแสน นี่คือที่คุณบอกอยู่อย่างประหยัดสุดๆ คุณต้องเก็บเงินเดือนละ 30000 เพื่อใช้ยามเกษียณเดือนละ เกือบแสนสี่ มันไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว


คุณต้องมีเงินใช้ยามเกษียณเดือนละแสนถึงไม่ต้องพึ่งคนอื่นไม่ต้องอยู่สลัมหรือ ปกติเค้ามีบ้านของตัวเองอยู่แล้ว เดือนละ9000ก็สบายๆ คนแก่ไม่ค่อยเที่ยว ไม่ค่อยเดินทาง กินก็ไม่ค่อยเยอะ ป่วยไป รพ รัฐ


คนปกติเค้าแค่เก็บเงินเข้ากองทุนยามเกษียณ ก็อยู่ได้สบายแล้ว สำคัญต้องเก็บตั้งกะเนิ่นๆ


สำคัญคือสติปัญญาและวินัยในการออมเงิน ถ้าขาดสติปัญญา ต่อให้ถูกหวยชุดใหญ่ 30ล้านจริงๆ ไม่กี่ปีก็หมด ถ้ามีสติปัญญามีวินัยการออม เก็บได้อยู่แล้ว ดูแรงงานต่างด้าวสิ





30 ล้าน คือ แค่พออยู่ได้ครับสำหรับ 42 ปี ข้างหน้าหลังเกษียรณ(สมมุติว่าทำงานตั้งแต่อายุ 18 ปี) เพียงแต่ไม่ได้อยู่อย่างไฮโซ


เป็นการอยู่แบบชนชั้นกลางที่พึ่งตัวเองทั้งหมด โดยไม่ขอความช่วยเหลือจากลูกหลาน หรือ กรณีไม่มีสวัสดิการใดๆเลย


มันคือการเผื่อค่ารักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วยหลังเกษียณ เพราะ ยิ่งอายุเยอะค่าใช้จ่ายมันจะยิ่งเยอะตาม


อย่างถ้าคุณไปถามนักวิเคราะห์การลงทุน เขาจะบอกว่าเราควรมีเงินเก็บ 30 ล้าน ในอีก 42 ปีข้างหน้า


หลายคนวางแผนการเงินผิด เพราะไม่ได้คิดเงินเฟ้อรวมด้วย พอเกษียณปรากฎว่าเงินไม่พอค่ารักษาและค่ากินอยู่ ทั้งที่วางแผนการเงินไว้แล้วก็หลายคนนะครับ


ซึ่งผมเห็นตัวเลขแล้วถึงบอกว่า ทำไมประเทศนี้ถึงจะเป็นต้องมีรัฐสวัสดิการแบบจริงๆจังๆซะที เศรษฐกิจของเรามี GDP อันดับ 25 ซึ่งถือว่าค่อนข้างดี แต่ทำไมถึงมีหลายครอบครัวที่รายได้ไม่พอ


นั่นเพราะมันขาดสิ่งที่เรียกว่ารัฐสวัสดิการครับ ผมถึงเคยพูดหลายครั้งแล้วว่าจะเก็บภาษีเท่าไหร่ก็ได้ จะ 50% หรือ 99% ก็ยังได้ ขอเพียงมีรัฐสวัสดิการในการดำรงชีพที่ไม่น้อยกว่าที่เราจ่ายลงไปก็พอครับ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 12,226
  • ถูกใจแล้ว: 6147 ครั้ง
  • ความนิยม: +282/-31
  • เพศ: ชาย
  • นักแปลจอมดำน้ำ
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:19:12 AM »
ผมว่าอันดับแรกสุดควรจะเอาวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วก็ศาสนาออก. แล้วก็เอาวิชาบัญชีพื้นฐานกับภาษีพื้นฐานมาสอนคนไทยดีกว่าจะได้ใช้เงินเป็นมากกว่านี้. ไม่อย่างนั้นให้กู้ได้เท่าไรก็ฉิบหายเท่านั้น
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ GoldDigger

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 28 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:31:10 AM »
ศาสนาและยิ่งวิชาประวัติศาสตร์  มีความสำคัญ!!  โฮก!!   >:(
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:31:37 AM »
ผมว่าอันดับแรกสุดควรจะเอาวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วก็ศาสนาออก. แล้วก็เอาวิชาบัญชีพื้นฐานกับภาษีพื้นฐานมาสอนคนไทยดีกว่าจะได้ใช้เงินเป็นมากกว่านี้. ไม่อย่างนั้นให้กู้ได้เท่าไรก็ฉิบหายเท่านั้น


@pol ผมเห็นด้วยกับคุณทุกอย่างเลย


นี่แหละคือสิ่งที่อยากให้มันเป็น เอาวิชาบัญชีและภาษีพื้นฐานมาเป็นวิชาจำเป็นเถอะ เพราะมันคือสิ่งที่เอาไปใช้ชีวิตประจำวันจริงๆ และต่อยอดการลงทุน การวางแผนทางการเงินได้
อีกวิชาที่จำเป็นไม่แพ้กันคือ วิชากฎหมายพื้นฐานและหน้าที่พลเมือง ผมเบื่อคนที่อ้างว่าไม่รู้กฎหมาย เพราะมันเหมือนว่าเขาไม่สนใจข้อตกลงการอยู่ร่วมกันของสังคม ทั้งที่เขาอยู่ในสังคม
วิชาสุดท้ายที่ผมมองว่าจำเป็น คือ วิชาเรียนรู้วัฒนธรรมของสากลโลก ผมเชื่อว่าความขัดแย้งจะลดลง ถ้าต่างฝ่ายต่างเรียนรู้วัฒนธรรมของอีกฝ่าย สิ่งนี้จะเพิ่มความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์


ส่วนวิชาประวัติศาสตร์ แม้ผมจะชอบประวัติศาสตร์ แต่ผมแนะนำให้เป็นวิชาเลือกเรียนดีกว่าครับ จะลงเรียนก็ได้ ไม่ลงก็ได้ แล้วแต่ความชอบ
ประวัติศาสตร์ที่ดีคือประวัติศาสตร์ที่ถกเถียงได้ ไม่ใช่สูตรสำเร็จจากกระทรวงศึกษา


เรื่องศาสนา ผมว่าไม่ควรเรียนครับ มีชมรมได้ แต่ไม่ควรเป็นวิชาเรียน ผมอยากให้ประเทศยุคใหม่เป็น Secular State หรือ รัฐฆราวาส หรือ รัฐที่เป็นกลางทางศาสนา
การเอาศาสนามาเป็นนัยสำคัญทางการศึกษาและเป็นกฎหมาย ผมมองว่ามันอันตรายมาก เพราะค่าเชื่อและค่านิยมของแต่ละชาติพันธุ์มันไม่เหมือนกัน


อันที่จริง ผมมองว่าศาสนาควรจะอยู่ในรูปแบบนิติบุคคลเสียด้วยซ้ำ เพื่อให้องค์กรศาสนาแต่ละศาสนาก็จัดการเรื่องของเขาเองด้วยกฎขององค์กร ขอแค่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญกับประมวลกฎหมายก็พอ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, Taw

ออฟไลน์ GoldDigger

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 28 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:39:32 AM »
วัดเป็นนิติบุคคลอยู่แล้วตามกฏหมาย   >:(
 

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 12,226
  • ถูกใจแล้ว: 6147 ครั้ง
  • ความนิยม: +282/-31
  • เพศ: ชาย
  • นักแปลจอมดำน้ำ
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:42:31 AM »
วัดเป็นนิติบุคคลอยู่แล้วตามกฏหมาย   >:(
ถ้าอย่างนั้นก็จ่าย"ภาษี"มาด้วยสิครับ ;D
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: sariora123, NyoronXD, Black7nos และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,243
  • ถูกใจแล้ว: 549 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-558
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:43:48 AM »
[quote/]


@pol ผมเห็นด้วยกับคุณทุกอย่างเลย


นี่แหละคือสิ่งที่อยากให้มันเป็น เอาวิชาบัญชีและภาษีพื้นฐานมาเป็นวิชาจำเป็นเถอะ เพราะมันคือสิ่งที่เอาไปใช้ชีวิตประจำวันจริงๆ และต่อยอดการลงทุน การวางแผนทางการเงินได้
อีกวิชาที่จำเป็นไม่แพ้กันคือ วิชากฎหมายพื้นฐานและหน้าที่พลเมือง ผมเบื่อคนที่อ้างว่าไม่รู้กฎหมาย เพราะมันเหมือนว่าเขาไม่สนใจข้อตกลงการอยู่ร่วมกันของสังคม ทั้งที่เขาอยู่ในสังคม
วิชาสุดท้ายที่ผมมองว่าจำเป็น คือ วิชาเรียนรู้วัฒนธรรมของสากลโลก ผมเชื่อว่าความขัดแย้งจะลดลง ถ้าต่างฝ่ายต่างเรียนรู้วัฒนธรรมของอีกฝ่าย สิ่งนี้จะเพิ่มความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์


ส่วนวิชาประวัติศาสตร์ แม้ผมจะชอบประวัติศาสตร์ แต่ผมแนะนำให้เป็นวิชาเลือกเรียนดีกว่าครับ จะลงเรียนก็ได้ ไม่ลงก็ได้ แล้วแต่ความชอบ
ประวัติศาสตร์ที่ดีคือประวัติศาสตร์ที่ถกเถียงได้ ไม่ใช่สูตรสำเร็จจากกระทรวงศึกษา


เรื่องศาสนา ผมว่าไม่ควรเรียนครับ มีชมรมได้ แต่ไม่ควรเป็นวิชาเรียน ผมอยากให้ประเทศยุคใหม่เป็น Secular State หรือ รัฐฆราวาส หรือ รัฐที่เป็นกลางทางศาสนา
การเอาศาสนามาเป็นนัยสำคัญทางการศึกษาและเป็นกฎหมาย ผมมองว่ามันอันตรายมาก เพราะค่าเชื่อและค่านิยมของแต่ละชาติพันธุ์มันไม่เหมือนกัน


อันที่จริง ผมมองว่าศาสนาควรจะอยู่ในรูปแบบนิติบุคคลเสียด้วยซ้ำ เพื่อให้องค์กรศาสนาแต่ละศาสนาก็จัดการเรื่องของเขาเองด้วยกฎขององค์กร ขอแค่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญกับประมวลกฎหมายก็พอ

หน้าที่พลเมือง+กฎหมาย ควรเพิ่มคาบเรียนเป็น 2 คาบ (เอา ปวศ ออกเป็นวิชาเลือก ไม่ก็ยุบรวมกับสังคมหลักไป) เหนืออื่นใด คัดครูด้วยจะดีมาก หลายครั้งบางทีเอาครูทัศนคติแย่ๆมาสอนก็เหมือนเดิม

เนื้อหาเกี่ยวกับภาษีก็น่าเน้นหนักด้วย เพราะบางกลุ่มก็เชื่อว่ามีแต่ภาษีเงินได้ บ้างก็ด้อยค่า Vat 7% ว่าน้อยเท่าขี้มด

เรื่องศาสนานี่เห็นด้วยเลยครับ ที่ไม่ควรเรียนเจาะเป็นวิชาบังคับ การเรียน-การศึกษาควรเป็นกลางเรื่องนี้ มันควรเข้าถึงคนทุกศาสนาหรือกระทั่งเอทิสต์ ควรเป็นรูปแบบกิจกรรมประเภททัศนศึกษานอกสถานที่หรือเข้าค่ายเพื่อความรู้ตามความสมัครใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2021, 10:54:57 AM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ GoldDigger

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 28 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:51:29 AM »
[quote/] ถ้าอย่างนั้นก็จ่าย"ภาษี"มาด้วยสิครับ ;D

มันไม่ใช่นิติบุคคลประเภทกฏหมายเอกชน  วัดจัดเป็นนิติบุคคลของกฏหมายมหาชน   ???

EDIT : ว่างจัด  ขออธิบายเพิ่มเติม  ให้มองวัดเป็นคล้ายๆองค์กรการกุศล  มูลนิธิ  อย่างใน
ต่างประเทศ  องค์กรการกุศลจะได้รับการยกเว้นภาษี  ยิ่งฝรั่ง  ใครรวยๆมักจัดตั้งองค์กรการกุศล
เพราะมันทำให้เขาสามารถใช้เงินสนองความต้องการของตัวเองได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์  (อันนี้ผู้คน
คงไม่เคยคิดถึงแง่นี้สินะ   :P  นี่แหละเหตุที่พวกเขานิยมจัดตั้งองค์กรการกุศลขึ้น  และที่บอกว่า
ใช้จ่ายเงินสนองตัวเองได้ร้อยเปอร์ฯนั่นก็เพราะ  ฝรั่งพวกเขามีแนวคิดอยากทำอะไรๆเพื่อสังคม
เยอะแยะ  เขาก็อยากทำด้วยเงินตัวเองเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ดีกว่าบริจาค  เพราะมันมีเพดานเงิน)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2021, 10:57:18 AM โดย GoldDigger »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, Black7nos

ออนไลน์ blakaros

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 12,177
  • ถูกใจแล้ว: 1480 ครั้ง
  • ความนิยม: +164/-135
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:54:54 AM »
ผมว่าอันดับแรกสุดควรจะเอาวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วก็ศาสนาออก. แล้วก็เอาวิชาบัญชีพื้นฐานกับภาษีพื้นฐานมาสอนคนไทยดีกว่าจะได้ใช้เงินเป็นมากกว่านี้. ไม่อย่างนั้นให้กู้ได้เท่าไรก็ฉิบหายเท่านั้น
ขอเห็นต่าง   ประวัติศาสตร์ผมว่าควรยังให้เรียน    แต่ต้องชำระประวัติศาสตร์ใหม่ก่อน   แล้วก็ปรับหลักสูตรใหม่ด้วย


ไม่ใช่อวยบางกลุ่มเกินเหตุ   เอาให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น   ไม่ใช่บิดเบือนซะต่อกับประวัติศาสตร์โลกไม่ติดแบบปัจจุบัน




ส่วนศาสนาก็เรียนไปนั่นแหละ   แต่ไม่ใช่ศาสนาพุทธยันเต   ควรเป็นแค่ศาสนาเบื้องต้น   การปฏิบัติตัวของแต่ละศาสนา   ข้อปฏิบัติและข้อห้ามแต่ละศาสนาเท่านั้นพอ    แล้วก็เรียนแค่ปีละเทอมพอ    ไม่ใช่เรียนมันทุกเทอมที่มีแต่ของซ้ำๆแต่ไม่ได้ใช้ยันเต

ส่วนพวกพุทธประวัติ  พุทธสาวกเอาแค่คร่าวๆพอ   ถ้าเด็กมันสนใจเดี๋ยวไปหาต่อกันเองแหละ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, NyoronXD, Black7nos และมีอีก 2 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 12,226
  • ถูกใจแล้ว: 6147 ครั้ง
  • ความนิยม: +282/-31
  • เพศ: ชาย
  • นักแปลจอมดำน้ำ
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 10:57:26 AM »
[quote/]

มันไม่ใช่นิติบุคคลประเภทกฏหมายเอกชน  วัดจัดเป็นนิติบุคคลของกฏหมายมหาชน   ???

EDIT : ว่างจัด  ขออธิบายเพิ่มเติม  ให้มองวัดเป็นคล้ายๆองค์กรการกุศล  มูลนิธิ  อย่างใน
ต่างประเทศ  องค์กรการกุศลจะได้รับการยกเว้นภาษี  ยิ่งฝรั่ง  ใครรวยๆมักจัดตั้งองค์กรการกุศล
เพราะมันทำให้เขาสามารถใช้เงินสนองความต้องการของตัวเองได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์  (อันนี้ผู้คน
คงไม่เคยคิดถึงแง่นี้สินะ   :P  นี่แหละเหตุที่พวกเขานิยมจัดตั้งองค์กรการกุศลขึ้น  และที่บอกว่า
ใช้จ่ายเงินสนองตัวเองได้ร้อยเปอร์ฯนั่นก็เพราะ  ฝรั่งพวกเขามีแนวคิดอยากทำอะไรๆเพื่อสังคม
เยอะแยะ  เขาก็อยากทำด้วยเงินตัวเองเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ดีกว่าบริจาค  เพราะมันมีเพดานเงิน)

ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่สน (ฮา)  รู้แค่ว่ามีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษี ;D  วัดของประเทศญี่ปุ่นยังทำบัญชีแล้วจ่ายภาษีเลยน่อ
ป.ล  อย่าเล่นมุขเมืองไทยเมืองพุทธนะท่าน มุขนี้มันเก่าแล้ว
[quote/]ขอเห็นต่าง   ประวัติศาสตร์ผมว่าควรยังให้เรียน    แต่ต้องชำระประวัติศาสตร์ใหม่ก่อน   แล้วก็ปรับหลักสูตรใหม่ด้วย


ไม่ใช่อวยบางกลุ่มเกินเหตุ   เอาให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น   ไม่ใช่บิดเบือนซะต่อกับประวัติศาสตร์โลกไม่ติดแบบปัจจุบัน




ส่วนศาสนาก็เรียนไปนั่นแหละ   แต่ไม่ใช่ศาสนาพุทธยันเต   ควรเป็นแค่ศาสนาเบื้องต้น   การปฏิบัติตัวของแต่ละศาสนา   ข้อปฏิบัติและข้อห้ามแต่ละศาสนาเท่านั้นพอ    แล้วก็เรียนแค่ปีละเทอมพอ    ไม่ใช่เรียนมันทุกเทอมที่มีแต่ของซ้ำๆแต่ไม่ได้ใช้ยันเต

ส่วนพวกพุทธประวัติ  พุทธสาวกเอาแค่คร่าวๆพอ   ถ้าเด็กมันสนใจเดี๋ยวไปหาต่อกันเองแหละ
คิดว่า"เขา"จะยอมชำระเหรอครับ? :)
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ GoldDigger

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 28 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #57 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 11:01:41 AM »
[quote/]ขอเห็นต่าง   ประวัติศาสตร์ผมว่าควรยังให้เรียน    แต่ต้องชำระประวัติศาสตร์ใหม่ก่อน   แล้วก็ปรับหลักสูตรใหม่ด้วย


ไม่ใช่อวยบางกลุ่มเกินเหตุ   เอาให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น   ไม่ใช่บิดเบือนซะต่อกับประวัติศาสตร์โลกไม่ติดแบบปัจจุบัน




ส่วนศาสนาก็เรียนไปนั่นแหละ   แต่ไม่ใช่ศาสนาพุทธยันเต   ควรเป็นแค่ศาสนาเบื้องต้น   การปฏิบัติตัวของแต่ละศาสนา   ข้อปฏิบัติและข้อห้ามแต่ละศาสนาเท่านั้นพอ    แล้วก็เรียนแค่ปีละเทอมพอ    ไม่ใช่เรียนมันทุกเทอมที่มีแต่ของซ้ำๆแต่ไม่ได้ใช้ยันเต

ส่วนพวกพุทธประวัติ  พุทธสาวกเอาแค่คร่าวๆพอ   ถ้าเด็กมันสนใจเดี๋ยวไปหาต่อกันเองแหละ

เห็นด้วยตามคคห.นี้ทุกประการ 
[quote/] ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่สน (ฮา)  รู้แค่ว่ามีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษี ;D  วัดของประเทศญี่ปุ่นยังทำบัญชีแล้วจ่ายภาษีเลยน่อ
ป.ล  อย่าเล่นมุขเมืองไทยเมืองพุทธนะท่าน มุขนี้มันเก่าแล้ว
[quote/] คิดว่า"เขา"จะยอมชำระเหรอครับ? :)

อย่าถืออคติสิ่งใด  ทุกสิ่งล้วนหยิบจับมาเป็นคุณเป็นโทษได้ทุกอย่าง
(อย่างตอนนี้  มีผู้คนหยิบจับกฏหมายมาเป็นอาวุธยังไงหล่ะ)   :P
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #58 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 11:22:48 AM »
เรื่องที่ศาสนาจะต้องเสียภาษีหรือไม่ ยังไม่สำคัญเท่ากับผลประโยชน์และข้อบังคับต่างๆ ตามพรบ.สงฆ์หรอกครับ


การมีพรบ.สงฆ์ ขณะที่ศาสนาอื่นไม่มี ผมมองว่านี่คือการมองผู้เผยแพร่และผู้นับถือต่างศาสนาที่ไม่ใช่พุทธไม่เท่ากันทั้งด้านผลประโยชน์และข้อบังคับที่ได้รับ


ผมคิดว่าเราควรมีบรรทัดฐานเดียวกันนะ กับทุกๆเรื่อง เพราะ ไม่ว่าจะเป็นสาวกหรือผู้เผยแพร่ศาสนาไหน พวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกันหมด ไม่ได้แตกต่างกันเลย


พรบ.สงฆ์ มันทำให้ผมเห็นชนชั้นนักบวช เหมือนกับยุคกลางไม่มีผิดเลย ที่ศาสนามีอำนาจทางการเมืองโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ


ผมว่าถ้าจะให้แฟร์ ทำไมไม่มี พรบ.บาทหลวง&ซิสเตอร์ พรบ.โต๊ะอิหม่าม พรบ.พราหม์ พรบ.คุรุ พรบ.จื้อ บ้างละ แฟร์ๆกันไปเลยทุกศาสนา


หรือถ้าจะไม่มีก็ไม่มีเหมือนกันให้หมดเลย เป็นรัฐฆราวาสโดยสมบูรณ์
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,271
  • ถูกใจแล้ว: 1137 ครั้ง
  • ความนิยม: +112/-124
Re: เงินกู้ ควรเป็นสิทธิขั้น พื้นฐาน
« ตอบกลับ #59 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2021, 11:25:12 AM »
ผมว่าอันดับแรกสุดควรจะเอาวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วก็ศาสนาออก. แล้วก็เอาวิชาบัญชีพื้นฐานกับภาษีพื้นฐานมาสอนคนไทยดีกว่าจะได้ใช้เงินเป็นมากกว่านี้. ไม่อย่างนั้นให้กู้ได้เท่าไรก็ฉิบหายเท่านั้น


จริงอยากเจริญควรเลียนแบบจีนนะ
ให้ นร.เรียนตั้งแต่ 7 โมงยัน 1 ทุ่ม :o 
รับรองได้ครบทุกวิชา ;D
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก