แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี  (อ่าน 623 ครั้ง)

ออฟไลน์ Handsome

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 34
  • ถูกใจแล้ว: 6 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-3
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 07:54:21 AM »
^
^
^

จัดอยู่ในหมวดการวางตัว  วางบุคลิก  แต่!!  นี่มันโลกโซเชียล  เพราะงั้นบางที
อาจไม่ต้องวางตัวมากก็ได้มั้ง  ใส่กันได้เต็มที่  ล้อเล่น~


อ่านคคห.ท่านแล้ว  นึกถึงบทการสอนวิธีการเชิญชวน  ไม่ว่าจะการเชิญชวนให้ดีล
การเชิญชวนให้เชื่อ  การพูดหรือแสดงบุคลิกยังไงให้อีกฝ่ายเชื่อมั่น  น่านับถือพวก
ขายตรงเก่งๆนะ  พวกจัดสัมนาเก่งๆก็ได้  หรือกลุ่มที่ตอนนี้ได้ยกย่องว่า  โค็ชที่คอย
ปรับทัศนคติหรือมุมมองความคิด  ว่าพวกเขามีขั้นตอนอย่างไร  ในการเสริมสร้าง
จิตใจให้ลูกค้าผู้ใช้บริการ  คิดๆไปนักธุรกิจก็คงคล้ายๆนักกีฬา  ที่ต้องการโค็ชด้าน
จิตวิทยา  อืม......


ฝึกๆกันไป  ไม่งั้นก็ใช้สถานที่โซเชียลสนุกๆกันไป  ด้านฑูต  ผู้ตอบมีประสบการณ์ขำๆ
หลายเรื่อง  สนุกกว่า  น่าเล่ากว่าเหตุวงการฑูต  ทำอย่างไรให้ฝ่ายเขา  หรือฝ่ายเราที่
ไปอยู่ดินแดนเขา  ได้ละลายพฤติกรรม  สนิทกันด้วยเวลานิดเดียว  อันนี้นับว่ายากแต่
วิธีต้องเรียบง่ายเข้าไว้
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: isdogtr001

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,271
  • ถูกใจแล้ว: 1137 ครั้ง
  • ความนิยม: +112/-124
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 10:54:26 AM »
เอาจริงนะไอ้สิบข้อที่ผมว่าพวกคุณสอบตก ข้อ 11 คือ การให้เกียรติคนอื่นครับ


พวกคุณเอาเเต่มองเเต่ว่าตัวเองดีนู่นนี้ด่าคนเเก้ สารพัดมีหนี้บางละ ไม่ฟังคนอื่นบ้างละ


เเล้วยกยอตัวเองคนรุ่นใหม่ดีชิบหายวายวอด โธ่พ่อคุณรู้สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองล้วนๆนี้หว่า


คนเเก่ถึงเขาจะหัวเเข็งนู่นนี้บ้างในบางคนเเต่ใช้ว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้นสักหน่อย


พวกเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมา พวกเขาก็เคยเจออุปสรรคการทำงานเหมือนพวกคุนนั้นละครับ


ผมว่าจริงๆนะถึงคนเเก่จะมีไม่ดีบ้างหรือความคิดต่างจากเราเเต่เราก็ไม่ควรไปดูถุกเขาเราควรมีมารยาทต่อเขาเเละพยายามเข้าใจเขาด้วย อย่างน้อยหากเป็นเจ้านายเขาก็ผ่าดงตีนช่วยบริษัทมาก่อนพวกคุณให้บริษัทอยู่รอดได้


มุมมองต่อยุค เป็นทุกยุคทุกสมัยที่จะมองต่างกันเขาผ่านโลกที่การใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคุณเขามองโลกของเขาอีกเเบบ คุณก็มองอีกเเบบเเต่เราก็ไม่ควรด่าเขาเเบบนั้น คนเราร้อยพ่อพันเเม่การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จคุณต้องเคารพเเละพยายามจูนหากันครับ มันเป็น เบสิคการใช้ชีวิตเลยนะ


อีกอย่างพวกว่า พวกคุณ เเบล็ค กับ คุณ เเตว นี้ หากเเก่ตัวผมว่าพวกคุณน่าจะไม่ต่างกับพวกคนเเก่ที่คุณพูดหรอก


ดูจากการพิมพ์เถียงกันเนินนาน พวกคุณอีโก้สูงปรี้ด เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่เคยเคารพคนอื่น(อย่างน้อยก็คนเเก่ที่ด่าทุกวันเนี้ย) วันๆหาเเต่เรื่องที่สนองจิตใจตัวเอง เหยียดชาติตัวเองอีกต่างหาก


เเก่มาก็คงไม่ฟังเด็กเอาเเต่ใจเหมือนกันเเหละ ดูอนาคตพวกคุณไม่ค่อยจะต่างคนเเก่ที่พวกคุณยกมาเลย


อย่าไปคิดมากเลย มีคำกล่าวของใครซักคน
ถ้าจำไม่ไม่ผิดคือ ท็อป จิรายุ มั้ง
เค้ากล่าวว่ายิ่งประสพผลสำเร็จชีวิตอีกด้านยิ่งล้มเหลว


สรุปง่ายๆคือ ยิ่งประสพผลสำเร็จการงานมาก ชีวิตส่วนตัวจะยิ่งพัง


ดูอย่างสตีฟจ็อป กับอีลอนได้
จ็อบนี่ถ้าจำไม่ผิดไปทำสาวท้องแล้วไม่เลี้ยงดูจนลูกโตค่อย ไปหาหลังจากประสพผลสำเร็จรึไงนี่แหล่ะลืมๆละ


ส่วนอีลอนก็แต่งงานใหม่ 4 ครั้งแล้วมั้ง


ส่วนมาร์คซัค ก็เห็นว่าแตกกันกับเพื่อนที่ก่อตั้งบ.


ส่วนกลุ่ม กูเกิ้ล นิสัยไม่แรงเป็นเด็กเนิร์ด ชีวิตไม่เป็นปัญหามาก
ปล่อยให้คนอื่นบริหารบริษัทแทนก่อนเป็นสิบปี


ส่วนยูนิคอน บ.แรกของไทย เจ้าของอายุยังไม่ 30 ปี
มีทรัพสิน 3 หมื่นล้าน ทำงานจนฉี่เป็นเลือดเข้า รพ.กันเลยทีเดียว


เพราะงั้นก็ตามนั้นแหล่ะ หลักการที่จะประสพผลสำเร็จในการงาน
จะทำให้ความเป็นคนลดลง หรืออาจต้องเสียสละหลายอย่าง


เพราะงั้นผมก็เข้าใจนะว่าเด็กรุ่นใหม่หลายคนก็เก่งจริง
แต่เรื่องชีวิตหรืออะไรหลายอย่างก็พังเช่นกัน


เพราะงั้นใครให้ความสำคัญกับอะไรก็ว่ากันไป
แต่ถ้ามาดูถูกคนอื่นที่เค้าไม่ได้ให้ค่าความสำคัญแบบตัวเอง
จะเห็นได้บ่อยในครอบครัวจีน


เพื่อนผมงี้ นินทาออกแนวดูถูกแม่ตัวเอง กับน้องชาย
ให้ผมฟังประจำ สุดท้ายมันมาดูถูกครอบครัวผมๆก็เลิกคบ


ไม่รู้ว่าตอนนี้มันประสพผลสำเร็จในชีวิตตามที่มันต้องการรึยัง
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: isdogtr001, GoldDigger

ออนไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,243
  • ถูกใจแล้ว: 549 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-558
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 12:09:51 PM »
เอาจริงนะไอ้สิบข้อที่ผมว่าพวกคุณสอบตก ข้อ 11 คือ การให้เกียรติคนอื่นครับ


พวกคุณเอาเเต่มองเเต่ว่าตัวเองดีนู่นนี้ด่าคนเเก้ สารพัดมีหนี้บางละ ไม่ฟังคนอื่นบ้างละ


เเล้วยกยอตัวเองคนรุ่นใหม่ดีชิบหายวายวอด โธ่พ่อคุณรู้สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองล้วนๆนี้หว่า


คนเเก่ถึงเขาจะหัวเเข็งนู่นนี้บ้างในบางคนเเต่ใช้ว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้นสักหน่อย


พวกเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมา พวกเขาก็เคยเจออุปสรรคการทำงานเหมือนพวกคุนนั้นละครับ


ผมว่าจริงๆนะถึงคนเเก่จะมีไม่ดีบ้างหรือความคิดต่างจากเราเเต่เราก็ไม่ควรไปดูถุกเขาเราควรมีมารยาทต่อเขาเเละพยายามเข้าใจเขาด้วย อย่างน้อยหากเป็นเจ้านายเขาก็ผ่าดงตีนช่วยบริษัทมาก่อนพวกคุณให้บริษัทอยู่รอดได้


มุมมองต่อยุค เป็นทุกยุคทุกสมัยที่จะมองต่างกันเขาผ่านโลกที่การใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคุณเขามองโลกของเขาอีกเเบบ คุณก็มองอีกเเบบเเต่เราก็ไม่ควรด่าเขาเเบบนั้น คนเราร้อยพ่อพันเเม่การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จคุณต้องเคารพเเละพยายามจูนหากันครับ มันเป็น เบสิคการใช้ชีวิตเลยนะ


อีกอย่างพวกว่า พวกคุณ เเบล็ค กับ คุณ เเตว นี้ หากเเก่ตัวผมว่าพวกคุณน่าจะไม่ต่างกับพวกคนเเก่ที่คุณพูดหรอก


ดูจากการพิมพ์เถียงกันเนินนาน พวกคุณอีโก้สูงปรี้ด เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่เคยเคารพคนอื่น(อย่างน้อยก็คนเเก่ที่ด่าทุกวันเนี้ย) วันๆหาเเต่เรื่องที่สนองจิตใจตัวเอง เหยียดชาติตัวเองอีกต่างหาก


เเก่มาก็คงไม่ฟังเด็กเอาเเต่ใจเหมือนกันเเหละ ดูอนาคตพวกคุณไม่ค่อยจะต่างคนเเก่ที่พวกคุณยกมาเลย

มันต้องหาจุดร่วมกันไงครับ ปัญหาตอนนี้คือการให้ค่ากับคนแก่ไว้สูงปรี๊ด แล้วกดเด็กมากเกินไป เอาที่เห็นๆเลยก็หน่วยงานราชการที่ยังบ้าเปเปอร์ เอะอะถ่ายเอกสาร ติดต่อทีขนสำเนาไปเป็นตะกร้าจนเห็นแล้วต้องสัณนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าว่าไม่หัวเก่าไม่รู้จักระบบชิฟบนบัตรประชาชนไม่ก็หุ้นกับโรงงานกระดาษ+หมึกพิมพ์

คนแก่ที่เก่งๆก็มี บางคนเห็นว่าน่าต่ออายุราชการ แต่เรื่องแบบนี้ต้องรายคนกันไป ถ้าคนๆนั้นฝีมือดี ทำงานดี มีความสามารถดี และสุขภาพร่างกาย ณ ตอนนั้นยังสมบูรณ์ก็ต่อได้ อาจจะสัก 5-10 ปีก็ว่ากันไป จบจากนั้นก็เป็นที่ปรึกษา

แต่ปัญหาคือไอ้ประเภทต่อยกเข่งนี่แหละ เพราะมันรวมถึงประเภทแก่แต่ตัว พวกที่ใกล้เกษียณ(เกณฑ์เดิม)บางคนก็ป่วยออดๆแอดๆ แต่รับหน้าที่เรื่อยๆเพราะยังอยากมีสิทธิข้าราชการใช้เบิกโน่นนี่นั่นได้ ลากสังขารยันเกษียณกินเงินบำเน็จ-บำนาญก็มี มีแต่อุสาหะ แต่ Skill ไม่ดีเพราะติดค่านิยมเดิมๆ วิธีใหม่ ระบบใหม่เปลี่ยนทีก็ประท้วงไม่ให้เปลี่ยนเพราะส่วนมากทำไม่เป็น ตามไม่ทันกัน ระบบก็แทบไม่พัฒนา แช่แข็งเหมือนสมัยพวกนี้ยังหนุ่มสาว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2021, 12:15:29 PM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,271
  • ถูกใจแล้ว: 1137 ครั้ง
  • ความนิยม: +112/-124
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 02:06:14 PM »
[quote/]

มันต้องหาจุดร่วมกันไงครับ ปัญหาตอนนี้คือการให้ค่ากับคนแก่ไว้สูงปรี๊ด แล้วกดเด็กมากเกินไป เอาที่เห็นๆเลยก็หน่วยงานราชการที่ยังบ้าเปเปอร์ เอะอะถ่ายเอกสาร ติดต่อทีขนสำเนาไปเป็นตะกร้าจนเห็นแล้วต้องสัณนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าว่าไม่หัวเก่าไม่รู้จักระบบชิฟบนบัตรประชาชนไม่ก็หุ้นกับโรงงานกระดาษ+หมึกพิมพ์

คนแก่ที่เก่งๆก็มี บางคนเห็นว่าน่าต่ออายุราชการ แต่เรื่องแบบนี้ต้องรายคนกันไป ถ้าคนๆนั้นฝีมือดี ทำงานดี มีความสามารถดี และสุขภาพร่างกาย ณ ตอนนั้นยังสมบูรณ์ก็ต่อได้ อาจจะสัก 5-10 ปีก็ว่ากันไป จบจากนั้นก็เป็นที่ปรึกษา

แต่ปัญหาคือไอ้ประเภทต่อยกเข่งนี่แหละ เพราะมันรวมถึงประเภทแก่แต่ตัว พวกที่ใกล้เกษียณ(เกณฑ์เดิม)บางคนก็ป่วยออดๆแอดๆ แต่รับหน้าที่เรื่อยๆเพราะยังอยากมีสิทธิข้าราชการใช้เบิกโน่นนี่นั่นได้ ลากสังขารยันเกษียณกินเงินบำเน็จ-บำนาญก็มี มีแต่อุสาหะ แต่ Skill ไม่ดีเพราะติดค่านิยมเดิมๆ วิธีใหม่ ระบบใหม่เปลี่ยนทีก็ประท้วงไม่ให้เปลี่ยนเพราะส่วนมากทำไม่เป็น ตามไม่ทันกัน ระบบก็แทบไม่พัฒนา แช่แข็งเหมือนสมัยพวกนี้ยังหนุ่มสาว


เรื่องการสืบทอดต่ออายุอะไรนี่ผมก็ไม่เห็นด้วนครับ
ผมว่าควรเหลือ 50 ปี แล้วเป็น 60 ปีบางตำแหน่งมากกว่า


แต่เรื่องการด้อยค่าคนรุ่นใหม่ก็ต้องเข้าใจเขาเช่นกันครับ


คนมีอายุระดับนึงเขาเจอพวกขายฝันกับขี้โม้มาเยอะครับ
เราอาจจะมีฝัน เราอาจจะเห็นอนาคต เราอาจจะอธิบายให้คนมีอายุเข้าใจได้


แต่ถึงเค้าจะเข้าใจแล้วถามว่าทำไมเค้าจะต้องเชื่อเราครับ


คนที่เข้าไปในตลาดทุนร้อยละร้อยก็เข้าไปเพราะมั่นใจว่าจะทำได้
แต่กลับเป็นคน 80% ขาดทุน


คนแก่หลายคนเอาชีวิตตัวเองกับครอบครัวแขวนไว้กับงานเขาเลยนะครับ


คุณกล้าไปนำเสนองานแล้วเดิมพันด้วยงานของคุณกับนิ้วซักนิ้วไหมล่ะ


ถ้าคุณไม่กล้าก็อย่าโทษเขาครับ


ถึงเขาจะเชื่อว่าคุณพูดเรื่องจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้จริง


หลายๆคนที่พลาดไม่ได้เขายอมช้าไปเป็นปีๆดีกว่าพลาดซักครั้ง


ที่ทำงานผมโดนไล่ออกจากงานไปหลายคนแล้วครับ
เพราะทำผิดระเบียบที่ห้ามทำ บางคนก็โดนตักเตือนหักเงินเดือนโดนนู่นนี่นั่นเพราะทำผิดระเบียบ


เงินเดือนหลักหมื่น แต่พลาดทีชดใช้เป็นแสนเป็นล้าน


ยิ่งระดับประเทศ อธิบดีกรมต่างๆ คุมเงินเป็นพันเป็นหมื่นล้าน
คุณนำเสนอแล้วกล้าไปเซ็นต์ร่วมรับผิดชอบเวลาเสียหายไหมล่ะ เวลาพลาดทีจับหารจ่ายหนี้คนละร้อยล้านงี้ ;D




เพราะงั้นอย่าแปลกใจครับที่คนแก่เค้าจะเชื่อ บางเรื่องที่เค้าเห็นด้วยอยู่แล้ว
แต่กับหลายๆเรื่องเขาจะไม่ฟัง ถ้าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนหรือไม่โดนสั่งเป็นนโยบาย
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่อยากรับผิดชอบความเสียหายครับ

 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 02:59:45 PM »
เอาจริงนะไอ้สิบข้อที่ผมว่าพวกคุณสอบตก ข้อ 11 คือ การให้เกียรติคนอื่นครับ


พวกคุณเอาเเต่มองเเต่ว่าตัวเองดีนู่นนี้ด่าคนเเก้ สารพัดมีหนี้บางละ ไม่ฟังคนอื่นบ้างละ


เเล้วยกยอตัวเองคนรุ่นใหม่ดีชิบหายวายวอด โธ่พ่อคุณรู้สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองล้วนๆนี้หว่า


คนเเก่ถึงเขาจะหัวเเข็งนู่นนี้บ้างในบางคนเเต่ใช้ว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้นสักหน่อย


พวกเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมา พวกเขาก็เคยเจออุปสรรคการทำงานเหมือนพวกคุนนั้นละครับ


ผมว่าจริงๆนะถึงคนเเก่จะมีไม่ดีบ้างหรือความคิดต่างจากเราเเต่เราก็ไม่ควรไปดูถุกเขาเราควรมีมารยาทต่อเขาเเละพยายามเข้าใจเขาด้วย อย่างน้อยหากเป็นเจ้านายเขาก็ผ่าดงตีนช่วยบริษัทมาก่อนพวกคุณให้บริษัทอยู่รอดได้


มุมมองต่อยุค เป็นทุกยุคทุกสมัยที่จะมองต่างกันเขาผ่านโลกที่การใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคุณเขามองโลกของเขาอีกเเบบ คุณก็มองอีกเเบบเเต่เราก็ไม่ควรด่าเขาเเบบนั้น คนเราร้อยพ่อพันเเม่การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จคุณต้องเคารพเเละพยายามจูนหากันครับ มันเป็น เบสิคการใช้ชีวิตเลยนะ


อีกอย่างพวกว่า พวกคุณ เเบล็ค กับ คุณ เเตว นี้ หากเเก่ตัวผมว่าพวกคุณน่าจะไม่ต่างกับพวกคนเเก่ที่คุณพูดหรอก


ดูจากการพิมพ์เถียงกันเนินนาน พวกคุณอีโก้สูงปรี้ด เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่เคยเคารพคนอื่น(อย่างน้อยก็คนเเก่ที่ด่าทุกวันเนี้ย) วันๆหาเเต่เรื่องที่สนองจิตใจตัวเอง เหยียดชาติตัวเองอีกต่างหาก


เเก่มาก็คงไม่ฟังเด็กเอาเเต่ใจเหมือนกันเเหละ ดูอนาคตพวกคุณไม่ค่อยจะต่างคนเเก่ที่พวกคุณยกมาเลย


@isdogtr001
ดูเหมือนคุณจะเข้าใจการให้เกียรติคนอื่นผิดนะครับ การให้เกียรติคนอื่นคือการเคารพคนอื่นในฐานะที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน


การถกเถียง การโต้ตอบไม่ใช่การลดทอนเกียรติของผู้อื่นครับ หากแต่การไม่ให้เกียรติผู้อื่นคือการด้อยค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เช่น


ขโมยของส่วนตัวของเขา การยักยอกทรัพย์ การต้มตุ๋นทรัพย์ การละเมิดความเป็นส่วนตัว การละเมิดข้อตกลงที่ทำสัญญาไว้ การฆ่าคน การขมขื่น อันนี้คือการไม่ให้เกียรติในแง่การกระทำ


ส่วนการไม่ให้เกียรติทางวาจา คือ การพูดดูหมิ่นเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ เช่น การยกว่าเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่งสูงกว่า การเหยียดเชื้อชาติพันธุ์ใดๆ แบบเดียวกับฮิตเลอร์ทำกับยิว


และอีกอย่างคำว่า ชาติ มันมาจากคำว่า ชาติพันธุ์ ซึ่งแปลว่ากลุ่มคนที่รวมกันเพราะมีค่านิยม ความเชื่อและวัฒนธรรม ภาษาแบบเดียวกัน


หลายคนเข้าใจความหมายของคำว่า ชาติ ประเทศ และรัฐ แม้เหมือนจะคล้ายกันแต่มีความหมายแตกต่างกันมาก


ชาติ = ชาติพันธุ์


ประเทศ = ขอบเขตอาณาเขตของดินแดน


รัฐ = การประกอบไปด้วย 4 อย่าง คือ 1.ประชากร 2.อาณาเขตดินแดน 3.รัฐบาล และ 4.อำนาจอธิปไตย


http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/pol/42.htm
ลองอ่านดูครับ คุณ @isdogtr001  จะได้เข้าใจและใช้คำได้ถูกความหมายตามวิชาหน้าที่พลเมือง และรัฐศาสตร์


ผมไม่เคยเหยียดหยามชาติพันธุ์ไหนในโลกเลยนะ ดังนั้นการที่คุณกล่าวว่าผมเหยียดชาติตัวเอง อันนี้คุณ @isdogtr001 อาจจะเข้าใจความหมายผิดไป


ตอนผมประชุมกับ Consultant(ที่ปรึกษาและตัวแทนเจ้าของงาน) ชาวญี่ปุ่น ที่เขาเหยียดชนชาติทั้งไทยและฟิลิปปินส์ หลายครั้งผม Fight ประเด็นเรื่องนี้บ่อยมากนะ


ผมมักจะพูดเสมอว่า คนเราไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ไหนมันก็ไม่ต่างหรอก เพราะมันมีโครโมโซม 23 คู่เหมือนกัน ถ้ามันไม่ดีเราก็แค่เปลี่ยนวิธีการใหม่ก็จบ


แม้แต่อีกฝ่ายเป็นวิศวกรญี่ปุ่น่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำงานผิดพลาด หรือ มันมีส่วนที่เขาไม่เคยทำมันก็มี แต่ผมไม่เคยว่าเขานะครับ


ก็แค่ให้จัดอบรมหรือให้คนที่เขาทำผิดพลาดหรือไม่เป็นอ่านคู่มือ Manual ทำ Check list  หรือรับการถ่ายทอดจากผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงก็จบ


คุณ @isdogtr001 อาจจะคิดว่าการให้เกียรติคนอื่น คือ การแสร้งยอมแพ้ให้อีกฝ่าย ให้อีกฝ่ายดีใจเพราะคิดว่าตนเองเถียงชนะเหรอครับ?


มันไม่ถูกต้องนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าการถกเถียงคือสิ่งที่ดี และทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ เพราะมันจะช่วยกลั่นกรองความคิดให้แหลมคมขึ้น สมบูรณ์ขึ้น


และจริงๆผมเป็นคนให้เกียรติคนอื่นมากนะครับ +1 ปรมมือของคุณ @Handsome เป็นผมกดให้เขาเองนะครับ เพราะ เขาคือคนที่กล้าจะลุกขึ้นมาโต้แย้งถกเถียงผม


ด้วยจุดยืนของเขา ซึ่งมันน่าสนใจมากนะ แต่ผมน่ะยึดหลักการของโสเครติสและวิถีของ Socratic Method


เมื่อเขาให้เกียรติในการลุกขึ้นมาโต้แย้งถกเถียงผม ผมก็จะโต้แย้งเขาเพื่อเป็นการให้เกียรติเขาเช่นกันครับ เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้เริ่มกระบวนการการขัดเกลาองค์ความรู้


ผมกำลังรอคุณ handsome ไปเอาข้อมูลของเขาที่รองรับสมมุติฐานของเขา เอามาชี้แจงเสียด้วยซ้ำว่า ทำไมเอคิว+อีคิว ถึงดีกว่า


แต่คุณ @isdogtr001 ดันมาขัดกระบวนการขัดเกลาความรู้ของผมผ่านการถกเถียงด้วย Socratic Method น่าเสียดายจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2021, 03:07:00 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออนไลน์ isdogtr001

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,993
  • ถูกใจแล้ว: 578 ครั้ง
  • ความนิยม: +75/-106
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 03:44:59 PM »
[quote/]


@isdogtr001
ดูเหมือนคุณจะเข้าใจการให้เกียรติคนอื่นผิดนะครับ การให้เกียรติคนอื่นคือการเคารพคนอื่นในฐานะที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน


การถกเถียง การโต้ตอบไม่ใช่การลดทอนเกียรติของผู้อื่นครับ หากแต่การไม่ให้เกียรติผู้อื่นคือการด้อยค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เช่น


ขโมยของส่วนตัวของเขา การยักยอกทรัพย์ การต้มตุ๋นทรัพย์ การละเมิดความเป็นส่วนตัว การละเมิดข้อตกลงที่ทำสัญญาไว้ การฆ่าคน การขมขื่น อันนี้คือการไม่ให้เกียรติในแง่การกระทำ


ส่วนการไม่ให้เกียรติทางวาจา คือ การพูดดูหมิ่นเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ เช่น การยกว่าเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่งสูงกว่า การเหยียดเชื้อชาติพันธุ์ใดๆ แบบเดียวกับฮิตเลอร์ทำกับยิว


และอีกอย่างคำว่า ชาติ มันมาจากคำว่า ชาติพันธุ์ ซึ่งแปลว่ากลุ่มคนที่รวมกันเพราะมีค่านิยม ความเชื่อและวัฒนธรรม ภาษาแบบเดียวกัน


หลายคนเข้าใจความหมายของคำว่า ชาติ ประเทศ และรัฐ แม้เหมือนจะคล้ายกันแต่มีความหมายแตกต่างกันมาก


ชาติ = ชาติพันธุ์


ประเทศ = ขอบเขตอาณาเขตของดินแดน


รัฐ = การประกอบไปด้วย 4 อย่าง คือ 1.ประชากร 2.อาณาเขตดินแดน 3.รัฐบาล และ 4.อำนาจอธิปไตย


http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/pol/42.htm
ลองอ่านดูครับ คุณ @isdogtr001  จะได้เข้าใจและใช้คำได้ถูกความหมายตามวิชาหน้าที่พลเมือง และรัฐศาสตร์


ผมไม่เคยเหยียดหยามชาติพันธุ์ไหนในโลกเลยนะ ดังนั้นการที่คุณกล่าวว่าผมเหยียดชาติตัวเอง อันนี้คุณ @isdogtr001 อาจจะเข้าใจความหมายผิดไป


ตอนผมประชุมกับ Consultant(ที่ปรึกษาและตัวแทนเจ้าของงาน) ชาวญี่ปุ่น ที่เขาเหยียดชนชาติทั้งไทยและฟิลิปปินส์ หลายครั้งผม Fight ประเด็นเรื่องนี้บ่อยมากนะ


ผมมักจะพูดเสมอว่า คนเราไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ไหนมันก็ไม่ต่างหรอก เพราะมันมีโครโมโซม 23 คู่เหมือนกัน ถ้ามันไม่ดีเราก็แค่เปลี่ยนวิธีการใหม่ก็จบ


แม้แต่อีกฝ่ายเป็นวิศวกรญี่ปุ่น่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำงานผิดพลาด หรือ มันมีส่วนที่เขาไม่เคยทำมันก็มี แต่ผมไม่เคยว่าเขานะครับ


ก็แค่ให้จัดอบรมหรือให้คนที่เขาทำผิดพลาดหรือไม่เป็นอ่านคู่มือ Manual ทำ Check list  หรือรับการถ่ายทอดจากผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงก็จบ


คุณ @isdogtr001 อาจจะคิดว่าการให้เกียรติคนอื่น คือ การแสร้งยอมแพ้ให้อีกฝ่าย ให้อีกฝ่ายดีใจเพราะคิดว่าตนเองเถียงชนะเหรอครับ?


มันไม่ถูกต้องนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าการถกเถียงคือสิ่งที่ดี และทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ เพราะมันจะช่วยกลั่นกรองความคิดให้แหลมคมขึ้น สมบูรณ์ขึ้น


และจริงๆผมเป็นคนให้เกียรติคนอื่นมากนะครับ +1 ปรมมือของคุณ @Handsome เป็นผมกดให้เขาเองนะครับ เพราะ เขาคือคนที่กล้าจะลุกขึ้นมาโต้แย้งถกเถียงผม


ด้วยจุดยืนของเขา ซึ่งมันน่าสนใจมากนะ แต่ผมน่ะยึดหลักการของโสเครติสและวิถีของ Socratic Method


เมื่อเขาให้เกียรติในการลุกขึ้นมาโต้แย้งถกเถียงผม ผมก็จะโต้แย้งเขาเพื่อเป็นการให้เกียรติเขาเช่นกันครับ เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้เริ่มกระบวนการการขัดเกลาองค์ความรู้


ผมกำลังรอคุณ handsome ไปเอาข้อมูลของเขาที่รองรับสมมุติฐานของเขา เอามาชี้แจงเสียด้วยซ้ำว่า ทำไมเอคิว+อีคิว ถึงดีกว่า


แต่คุณ @isdogtr001 ดันมาขัดกระบวนการขัดเกลาความรู้ของผมผ่านการถกเถียงด้วย Socratic Method น่าเสียดายจริงๆ


โธ่พูดซะยาวเป็นน้ำเต็มทุ่งอีกละ


เเต่สุดท้ายก็ลบข้อกล่าวอ้างที่คุณด่าคนเเก่ไม่ได้หรอกครับ คุณคนรุ่นใหม่ ด่า คนเเก่ๆขี้โวยวาย เหยียดชาติ เเล้วตัวเองดีๆทำตัวมืออาชีพ


หัดกลับไปอ่านที่ตัวเองเขียนบ้าง อคติเต็มสูบเเบบเต็มเเบบคุณอย่าบอกว่าถกเถียงเลยของคุณอะเขาเรียกยัดเยียดไม่ฟังชาวบ้านครับ


เเล้วเรื่องเหยียดประเทศถามจริงเถอะ ตั้งเเต่เถียงกันมา หลายหน้านี้คุณเคยพูด ด้าน "ดี" ของชาติ ให้ผมเห็นหรือยัง เเค่เงินถุงเเกงก็ทำตัวร้อนเตลิดอ้างนู่นอ้านนี้


เเล้วให้เกรียติอย่างน้อยผมก็ไม่ได้ชี้หน้าด่าผู้อาวุโสของประเทศว่าเขาไร้น้ำยา อะไรที่คุณชอบพิมพ์มาอะนั้นละมันคือการหมิ้นรุ่นพ่อเเม่ของคุณละครับ


อย่างที่บอกผมว่าหากคุณเเก่คุณก็คงไม่ฟังที่เด็กรุ่นใหม่ๆพูดเมื่อความคิดของคุณเป็นของ "เก่า" หรอกครับ เพราะคุณเลือกจะเชื่อเรื่องที่ตัวเองคิดว่าถูกจริงเเละพร้อมยัดคนอื่นเป็นคนเห็นต่างกับคุณเสมอ


หัดทำตัวให้เขาชอบบ้างเถอะครับ คนเก่าๆมันจะได้ฟังพวกคุณเเล้วพัฒนาชาติให้เหมือนอย่างที่คุณหวังจะเป็นทำตัวเเบบคุณผมบอกเลยอีก 10 ปีดูกันคุณก็จะอยู่ที่เดิมๆนั้นละ


อีกอย่างนะเวลาเขียนไม่ต้องวกไปวนมาเเล้วสรุปตรงๆสั่นๆก็ได้เพราะเอาจริงการพิมพ์ของคุณมันน้ำเยอะมาก
 

ออนไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,243
  • ถูกใจแล้ว: 549 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-558
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 04:01:12 PM »
[quote/]


โธ่พูดซะยาวเป็นน้ำเต็มทุ่งอีกละ


เเต่สุดท้ายก็ลบข้อกล่าวอ้างที่คุณด่าคนเเก่ไม่ได้หรอกครับ คุณคนรุ่นใหม่ ด่า คนเเก่ๆขี้โวยวาย เหยียดชาติ เเล้วตัวเองดีๆทำตัวมืออาชีพ


หัดกลับไปอ่านที่ตัวเองเขียนบ้าง อคติเต็มสูบเเบบเต็มเเบบคุณอย่าบอกว่าถกเถียงเลยของคุณอะเขาเรียกยัดเยียดไม่ฟังชาวบ้านครับ


เเล้วเรื่องเหยียดประเทศถามจริงเถอะ ตั้งเเต่เถียงกันมา หลายหน้านี้คุณเคยพูด ด้าน "ดี" ของชาติ ให้ผมเห็นหรือยัง เเค่เงินถุงเเกงก็ทำตัวร้อนเตลิดอ้างนู่นอ้านนี้


เเล้วให้เกรียติอย่างน้อยผมก็ไม่ได้ชี้หน้าด่าผู้อาวุโสของประเทศว่าเขาไร้น้ำยา อะไรที่คุณชอบพิมพ์มาอะนั้นละมันคือการหมิ้นรุ่นพ่อเเม่ของคุณละครับ


อย่างที่บอกผมว่าหากคุณเเก่คุณก็คงไม่ฟังที่เด็กรุ่นใหม่ๆพูดเมื่อความคิดของคุณเป็นของ "เก่า" หรอกครับ เพราะคุณเลือกจะเชื่อเรื่องที่ตัวเองคิดว่าถูกจริงเเละพร้อมยัดคนอื่นเป็นคนเห็นต่างกับคุณเสมอ


หัดทำตัวให้เขาชอบบ้างเถอะครับ คนเก่าๆมันจะได้ฟังพวกคุณเเล้วพัฒนาชาติให้เหมือนอย่างที่คุณหวังจะเป็นทำตัวเเบบคุณผมบอกเลยอีก 10 ปีดูกันคุณก็จะอยู่ที่เดิมๆนั้นละ


อีกอย่างนะเวลาเขียนไม่ต้องวกไปวนมาเเล้วสรุปตรงๆสั่นๆก็ได้เพราะเอาจริงการพิมพ์ของคุณมันน้ำเยอะมาก

 ;D ปัญหาคือคนรุ่นใหม่ที่คนแก่ชอบก็คือแนวๆคชโยธีน่ะสิครับ โง่ ซื่อ สั่งไรก็ทำตามทุกอย่างไม่ตั้งคำถามอะไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2021, 04:23:00 PM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2021, 08:45:58 PM »
[quote/]


โธ่พูดซะยาวเป็นน้ำเต็มทุ่งอีกละ


เเต่สุดท้ายก็ลบข้อกล่าวอ้างที่คุณด่าคนเเก่ไม่ได้หรอกครับ คุณคนรุ่นใหม่ ด่า คนเเก่ๆขี้โวยวาย เหยียดชาติ เเล้วตัวเองดีๆทำตัวมืออาชีพ


หัดกลับไปอ่านที่ตัวเองเขียนบ้าง อคติเต็มสูบเเบบเต็มเเบบคุณอย่าบอกว่าถกเถียงเลยของคุณอะเขาเรียกยัดเยียดไม่ฟังชาวบ้านครับ


เเล้วเรื่องเหยียดประเทศถามจริงเถอะ ตั้งเเต่เถียงกันมา หลายหน้านี้คุณเคยพูด ด้าน "ดี" ของชาติ ให้ผมเห็นหรือยัง เเค่เงินถุงเเกงก็ทำตัวร้อนเตลิดอ้างนู่นอ้านนี้


เเล้วให้เกรียติอย่างน้อยผมก็ไม่ได้ชี้หน้าด่าผู้อาวุโสของประเทศว่าเขาไร้น้ำยา อะไรที่คุณชอบพิมพ์มาอะนั้นละมันคือการหมิ้นรุ่นพ่อเเม่ของคุณละครับ


อย่างที่บอกผมว่าหากคุณเเก่คุณก็คงไม่ฟังที่เด็กรุ่นใหม่ๆพูดเมื่อความคิดของคุณเป็นของ "เก่า" หรอกครับ เพราะคุณเลือกจะเชื่อเรื่องที่ตัวเองคิดว่าถูกจริงเเละพร้อมยัดคนอื่นเป็นคนเห็นต่างกับคุณเสมอ


หัดทำตัวให้เขาชอบบ้างเถอะครับ คนเก่าๆมันจะได้ฟังพวกคุณเเล้วพัฒนาชาติให้เหมือนอย่างที่คุณหวังจะเป็นทำตัวเเบบคุณผมบอกเลยอีก 10 ปีดูกันคุณก็จะอยู่ที่เดิมๆนั้นละ


อีกอย่างนะเวลาเขียนไม่ต้องวกไปวนมาเเล้วสรุปตรงๆสั่นๆก็ได้เพราะเอาจริงการพิมพ์ของคุณมันน้ำเยอะมาก


เคยครับ คุณ @isdogtr001 จำไม่ได้หรือแสร้งทำเป็นลืมครับ ว่าผมให้เครดิตพระเจ้าเอกทัศน์แค่ไหนครับ ที่สามารถป้องกันเมืองกรุงศรีฯได้นานถึง 14 เดือน


ทั้งที่ตอนนั้นมันคือช่วงที่พม่าของพระเจ้ามังระพีคที่สุด โดยเฉพาะด้านการทหาร เหนือกว่าบุเรงนองอีกนะ


เพราะรบชนะจีนถึง 3 ครั้ง แม่ทัพจีนฆ่าตัวตายเพราะอับอาย 3 คน ในช่วงที่ราชวงศ์ชิงพีคถึงขีดสุดด้านเศรษฐกิจและกำลังทหารในรัชสมัยของพระเจ้าเฉียนหลง


พระเจ้ามังระมีแม่ทัพเก่งๆมากมาย เช่น เนเมียวสีหบดี อะแซหวุ่นกี้ เป็นต้น คือยิ่งกว่าสมัยบุเรงนองมากนะ บุเรงนองเนี่ยเทียบกับพระเจ้ามังระไม่ติดเลยนะ


สมัยเสียกรุงครั้งแรก แค่ 1 เดือน อยุธยาก็เสียกรุงแล้ว ขณะที่พระเจ้าเอกทัศน์สามารถต้านทานได้ถึง 14 เดือน จนทหารพม่าออกปากชมว่า


"อยุธยา(โยเดีย)ตียาก เหมือนเมืองคนบิน" (เมืองคนบินคือเมืองที่ไม่มีวันแตก ตามนิทานและความเชื่อของคนพม่า)


นอกจากด้านการทหารแล้ว ถ้าการปกครองของพระเจ้าเอกทัศน์ไม่ได้เรื่องจริง ประชาชนกบฎเปิดเมืองให้พม่าเข้ามานานแล้วครับ แต่เขาปกครองได้ดีในระดับนึงทีเดียว


ประชาชนถึงให้ความไว้วางใจ อยู่ในเมืองถึง 14 เดือน แต่มันก็ไม่ไหวจนกรุงแตกในที่สุด


พอกรุงแตก ทำนาทำไร่ก็ไม่ได้ทำกัน 14 เดือนที่อยู่แต่ในเมือง เสบียงก็หมด เงินก็ไม่มี เพื่อเอาตัวรอดคุณจะทำอย่างไรครับ


สมมุติว่าคุณ @isdogtr001 อยู่ในยุคนั้น กรุงแตก นาไร่ก็ไม่ได้ทำเพราะโดนล้อม ไม่มีอะไรจะกิน จะทำนาอีกทีสมัยก่อนทำได้แค่นาปี นู่น 6 เดือนกว่าจะได้ข้าวกิน คุณจะทำอย่างไรครับ


มันก็ไม่มีทางเลือกของคนอยุธยาที่กรุงแตก นอกจากทางที่ง่ายที่สุดก็คือขุุดสมบัติ เอาสมบัติไปขายเพื่อแลกข้าวมากินไงครับ ดีกว่าไปทำนา 6 เดือน กว่าจะได้กินข้าว หิวตายก่อนแล้วครับ


คือการที่คนไทยขุดสุสาน ผมไม่ได้ว่านะครับ เพราะ มันคือความจำเป็นจริงๆในการดำรงชีพด้วยการเอาสมบัติเมืองเก่าไปขายแลกข้าว ผมกลับชื่นชมในการดิ้นรนเอาตัวรอดของเขาด้วย


แต่การที่ตัวเองทำเอง แต่ไปโทษว่าพม่าเผากรุง อย่างนี้ไม่ถูกต้องครับ ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายที่ถ้าทำก็ยอมรับมันก็แค่นั้น ไม่มีอะไรน่าอายเรื่องเอาชีวิตรอดในช่วงที่ยากลำบากเป็นสิ่งสำคัญกว่า




เอาจริงๆ นะ ถ้าผมเป็นลูกหลานของคนที่ต้องขุดสมบัติเพื่อเอาสมบัติไปขายแลกเงินมาซื้อข้าวกินเอาชีวิตรอด

ผมจะขิงคนอื่นและบอกอย่างภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำว่า ทวดของทวดของทวด..ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกหลานตระกูลของผมได้อยู่สืบต่อไป

โดยการดิ้นรนเอาตัวรอด Survival ในโหมด Very Hard ด้วยการขุดล่าสมบัติแบบ Tomb Raider 555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2021, 08:54:41 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ GoldDigger

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 28 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 07:10:36 AM »
ท้ายๆหน้าที่หนึ่งกับหน้าที่สอง  กำลังพูดถึงความฉลาดในการแก้ปัญหากับการวางตัวการเข้าสังคมสินะ

 :P


ถ้าต้องการการประนีประนอม  การเจรจาโต๊ะกลม  จะต้องอัพตัวเราให้มีสถานะทัดเทียมเทียบเคียงพอที่จะ
ทำให้อีกฝ่าย  หรือไม่งั้นก็ถ้าเราสูงกว่าก็ต้องยอมโน้มตัวเองลงมาให้เท่าเทียมกับอีกฝ่าย   :P


อ่านในหน้าสองแล้วทำให้นึกถึงกรณีสมัยใหม่  ที่พ่อแม่เวลาจะคุยกับลูกที่เป็นวัยรุ่น  จะพยายามโน้มตัว
ลงมาเป็นเพื่อน  สถานะเพื่อนกับลูก  เพื่อให้คุยจูนกันติด   :P  ส่วนลูกๆก็พยายามทำตัวให้เห็นว่าตนเอง
โตแล้ว  สามารถและต้องการคุยได้แล้ว   :P
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos, Taw

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 08:11:55 AM »
ท้ายๆหน้าที่หนึ่งกับหน้าที่สอง  กำลังพูดถึงความฉลาดในการแก้ปัญหากับการวางตัวการเข้าสังคมสินะ

 :P


ถ้าต้องการการประนีประนอม  การเจรจาโต๊ะกลม  จะต้องอัพตัวเราให้มีสถานะทัดเทียมเทียบเคียงพอที่จะ
ทำให้อีกฝ่าย  หรือไม่งั้นก็ถ้าเราสูงกว่าก็ต้องยอมโน้มตัวเองลงมาให้เท่าเทียมกับอีกฝ่าย   :P


อ่านในหน้าสองแล้วทำให้นึกถึงกรณีสมัยใหม่  ที่พ่อแม่เวลาจะคุยกับลูกที่เป็นวัยรุ่น  จะพยายามโน้มตัว
ลงมาเป็นเพื่อน  สถานะเพื่อนกับลูก  เพื่อให้คุยจูนกันติด   :P  ส่วนลูกๆก็พยายามทำตัวให้เห็นว่าตนเอง
โตแล้ว  สามารถและต้องการคุยได้แล้ว   :P


แนวคิดนี้น่าสนใจนะครับ การสนทนาที่ดีคือคู่สนทนาที่มีฐานะเท่าเทียมกัน
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: GoldDigger

ออฟไลน์ GoldDigger

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 28 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-6
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 08:45:22 AM »
[quote/]


แนวคิดนี้น่าสนใจนะครับ การสนทนาที่ดีคือคู่สนทนาที่มีฐานะเท่าเทียมกัน

มันไม่ใช่เรื่องใหม่  มันคือเรื่องพื้นฐานสุดๆ  ท่านมุ่งกระชาก  พยายามฉุดดึง ชนชั้นข้างบนให้เข้ามาคุยรับฟัง
ส่วนคนข้างบน  เขาย่อมมีพื้นฐาน  ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจระดับล่างในความต้องการของพวกท่าน  แต่เขา(บางคนที่
หัวสมัยใหม่)ก็พยายามโน้มลงมายิ้มอยากรู้  ทำสถานะตนให้โน้มลงมาเพื่อจะได้รับฟังกันได้  มันย่อมธรรมดา 
^^


พวกท่านต้องหาใครสักคนที่ยอมโน้มมาเพื่อดีลกับพวกท่าน  ปล.ตอนนี้พวกท่านเล่นให้ทุกอย่างกลายเป็นดำ
ไปหมดทุกอย่างเลย กลับเหรียญทุกหน้าให้ไม่เหลือความดีที่อีกฝ่ายมีทำมาหมดไปเลย คนที่จะโน้มเอียงเขา
ก็คงกระอ่วมใจ
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 09:33:23 AM »
[quote/]

มันไม่ใช่เรื่องใหม่  มันคือเรื่องพื้นฐานสุดๆ  ท่านมุ่งกระชาก  พยายามฉุดดึง ชนชั้นข้างบนให้เข้ามาคุยรับฟัง
ส่วนคนข้างบน  เขาย่อมมีพื้นฐาน  ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจระดับล่างในความต้องการของพวกท่าน  แต่เขา(บางคนที่
หัวสมัยใหม่)ก็พยายามโน้มลงมายิ้มอยากรู้  ทำสถานะตนให้โน้มลงมาเพื่อจะได้รับฟังกันได้  มันย่อมธรรมดา 
^^


พวกท่านต้องหาใครสักคนที่ยอมโน้มมาเพื่อดีลกับพวกท่าน  ปล.ตอนนี้พวกท่านเล่นให้ทุกอย่างกลายเป็นดำ
ไปหมดทุกอย่างเลย กลับเหรียญทุกหน้าให้ไม่เหลือความดีที่อีกฝ่ายมีทำมาหมดไปเลย คนที่จะโน้มเอียงเขา
ก็คงกระอ่วมใจ


จะว่ายังไงดีละครับ เอาจริงๆฝ่ายเราต่างหากที่อยากคุยกันแบบมนุษย์ปุถุชนคนทั่วไป แต่อีกฝ่ายเขาไม่คิดว่าตนเองเป็นปุถุชนน่ะสิครับ จะให้ผมทำอย่างไร


สุดท้ายเขาก็ไม่เอาแบบไหนซักอย่าง จุดจบ Mr.Tony กับ อ.ปรีดี ผู้มี Positive Thinking กับ Compromise จริงจังจะเอาทั้งเขาจะเอาทั้งรากหญ้าจุดจบเป็นก็รู้กันอยู่


ยิ่งยุคใหม่สากลโลกเขาให้คุณค่าของ Critical Thinking มากขึ้น ในขณะที่ Positive Thinking ตอนนี้ตกเทรนด์เพราะมันใช้ในทางปฏิบัติยากกว่า


อันที่จริงเทรนด์คิดแบบ Positive Thinking มันเริ่มตายไปตอน สตีฟ จอบ เสียชีวิตครับ เพราะ มุมมองบวกมันไม่สามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติ


เนื่องจากหลายครั้งคนเราใช้มันแบบผิดๆกลายเป็นข้ออ้างให้เราหนีออกจากโลกแห่งความเป็นจริงครับ แต่สุดท้ายปัญหามันก็ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ได้หายไปไหน


Positive Thinking ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะครับ เพียงแต่คนหลายคนใช้ไม่ถูกหลักการเสียมากกว่า มันไม่ได้ใช้ได้กับทุกเรื่องและใช้ได้กับทุกเวลา ตราบที่มนุษย์ยังมีกิเลศที่ไม่อาจตัดได้


การจะใช้ Positive Thinking ที่ดี จำเป็นจะใช้หลังจากที่เราเตรียมพร้อมความเสี่ยงของสิ่งต่างๆ ที่เราควบคุมได้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์หมดเสียก่อนครับ


มันไม่ใช่ทุกอย่างที่คุณจะด้นสดหน้างานและหวังว่ามันจะออกมาดีได้ ทุกอย่างจำเป็นต้องวางแผนระยะยาวโดยมองถึงความเสี่ยงจุดต่างๆที่เกิดขึ้นได้


Critical Thinking ควรจะใช้ก่อนที่เราจะใช้ Positive Thinking ครับ เหมือนที่เขาพูดกันว่า "จงเตรียมพร้อมงานในแง่ร้าย แต่จงดำเนินงานในแง่บวก"


ยกตัวอย่าง Case Study ที่ผ่านมาไม่นาน คือ เรื่องเหล็กขึ้นราคา


ในช่วงก่อนโครงการก่อสร้างจะเริ่มขึ้น ก็จะเป็นช่วงการเตรียม Method ก่อสร้าง และตั้ง Budget ในแต่ละวัสดุ มันก็มีการถกเถียงกันว่า


เราจะลดความเสี่ยงด้วยการเปิด PO(ทำสัญญาซื้อ) เหล็กเสริมเส้นระยะยาวเป็นปีเพื่อลดความเสี่ยง หรือ เราจะทยอยซื้อเหล็กแบบระยะสั้น(พนันว่าเหล็กจะราคาลงและได้กำไร)


ข้อดีข้อเสียก็แตกต่างกัน ผมเป็นคนเสนอให้เปิด PO ระยะยาวเพื่อที่จะสามารถทำสัญญาระยะยาวเพื่อควบคุมราคาวัสดุเหล็กเส้นเพื่อที่จะสามารถคุมราคาต้นทุนได้ก็ลดความเสี่ยงได้


แม้จะได้กำไรไม่มาก แต่มันช่วยลดความเสี่ยงต้นทุนวัสดุได้เป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายเขาเลือกวิธีที่สองคือการซื้อแบบระยะสั้นเพื่อจะเสี่ยงทำกำไรกับราคาเหล็กที่คาดหวังว่าจะลง


ตอนแรกฝ่าย Cost ของผมตั้ง Budget ไว้ประมาณ 65,000 ทากา/ตัน แต่ปัจจุบันราคาเหล็กขึ้นไปสูงถึง 74,000 ทากา/ตัน เพิ่มขึ้นคิดเป็น 13%


ถึงแม้บริษัทผมจะได้ค่า k แต่มันก็เป็นค่า k เฉลี่ยทุกวัสดุ แถมได้อย่างมากก็ไม่เคยเกิน 4-5% ดังนั้นมันทดแทนไม่ได้กับที่บริษัทรับเหมาของผมต้องรับภาระต้นทุนสูงที่สูงขึ้นถึง 13%


หลายคนมาพูดบ่นทีหลังว่า รู้อย่างนี้สั่งระยะยาวไว้แต่ทีแรกก็ดี ซึ่งผมก็เคยเตือนพวกเขาไปแล้วตั้งหลายปีแล้ว แต่ตอนนั้นพวกเขาเลือกที่จะเสี่ยงเองก็ต้องยอมรับผลของการกระทำไป


อันที่จริงต่อให้เป็นกรณีที่ราคาเหล็กตกลง แม้ผมจะไม่ได้กำไรมากขึ้น แต่ผมได้ล็อกกำไรในส่วนที่ควรได้ไปก่อนแล้ว ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ตราบที่เราทราบกำไรที่แน่นอน


ส่วนอันนี้ต่างชาติเขาถกเถียงกันระหว่าง Positive Thinking vs Critical Thinking ลองแปะลิ้งค์ให้ ลองไปอ่านดูเน้อ
https://francoistremblay.wordpress.com/2015/12/02/we-need-critical-thinking-not-positive-thinking/
https://www.linkedin.com/pulse/critical-thinking-vs-positive-brent-baldwin/
https://www.nav.com/blog/critical-thinking-better-positive-thinking-business-owners-21499/
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออนไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,243
  • ถูกใจแล้ว: 549 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-558
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 11:40:57 AM »
[quote/]


จะว่ายังไงดีละครับ เอาจริงๆฝ่ายเราต่างหากที่อยากคุยกันแบบมนุษย์ปุถุชนคนทั่วไป แต่อีกฝ่ายเขาไม่คิดว่าตนเองเป็นปุถุชนน่ะสิครับ จะให้ผมทำอย่างไร


สุดท้ายเขาก็ไม่เอาแบบไหนซักอย่าง จุดจบ Mr.Tony กับ อ.ปรีดี ผู้มี Positive Thinking กับ Compromise จริงจังจะเอาทั้งเขาจะเอาทั้งรากหญ้าจุดจบเป็นก็รู้กันอยู่


ยิ่งยุคใหม่สากลโลกเขาให้คุณค่าของ Critical Thinking มากขึ้น ในขณะที่ Positive Thinking ตอนนี้ตกเทรนด์เพราะมันใช้ในทางปฏิบัติยากกว่า


อันที่จริงเทรนด์คิดแบบ Positive Thinking มันเริ่มตายไปตอน สตีฟ จอบ เสียชีวิตครับ เพราะ มุมมองบวกมันไม่สามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติ


เนื่องจากหลายครั้งคนเราใช้มันแบบผิดๆกลายเป็นข้ออ้างให้เราหนีออกจากโลกแห่งความเป็นจริงครับ แต่สุดท้ายปัญหามันก็ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ได้หายไปไหน


Positive Thinking ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะครับ เพียงแต่คนหลายคนใช้ไม่ถูกหลักการเสียมากกว่า มันไม่ได้ใช้ได้กับทุกเรื่องและใช้ได้กับทุกเวลา ตราบที่มนุษย์ยังมีกิเลศที่ไม่อาจตัดได้


การจะใช้ Positive Thinking ที่ดี จำเป็นจะใช้หลังจากที่เราเตรียมพร้อมความเสี่ยงของสิ่งต่างๆ ที่เราควบคุมได้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์หมดเสียก่อนครับ


มันไม่ใช่ทุกอย่างที่คุณจะด้นสดหน้างานและหวังว่ามันจะออกมาดีได้ ทุกอย่างจำเป็นต้องวางแผนระยะยาวโดยมองถึงความเสี่ยงจุดต่างๆที่เกิดขึ้นได้


Critical Thinking ควรจะใช้ก่อนที่เราจะใช้ Positive Thinking ครับ เหมือนที่เขาพูดกันว่า "จงเตรียมพร้อมงานในแง่ร้าย แต่จงดำเนินงานในแง่บวก"


ยกตัวอย่าง Case Study ที่ผ่านมาไม่นาน คือ เรื่องเหล็กขึ้นราคา


ในช่วงก่อนโครงการก่อสร้างจะเริ่มขึ้น ก็จะเป็นช่วงการเตรียม Method ก่อสร้าง และตั้ง Budget ในแต่ละวัสดุ มันก็มีการถกเถียงกันว่า


เราจะลดความเสี่ยงด้วยการเปิด PO(ทำสัญญาซื้อ) เหล็กเสริมเส้นระยะยาวเป็นปีเพื่อลดความเสี่ยง หรือ เราจะทยอยซื้อเหล็กแบบระยะสั้น(พนันว่าเหล็กจะราคาลงและได้กำไร)


ข้อดีข้อเสียก็แตกต่างกัน ผมเป็นคนเสนอให้เปิด PO ระยะยาวเพื่อที่จะสามารถทำสัญญาระยะยาวเพื่อควบคุมราคาวัสดุเหล็กเส้นเพื่อที่จะสามารถคุมราคาต้นทุนได้ก็ลดความเสี่ยงได้


แม้จะได้กำไรไม่มาก แต่มันช่วยลดความเสี่ยงต้นทุนวัสดุได้เป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายเขาเลือกวิธีที่สองคือการซื้อแบบระยะสั้นเพื่อจะเสี่ยงทำกำไรกับราคาเหล็กที่คาดหวังว่าจะลง


ตอนแรกฝ่าย Cost ของผมตั้ง Budget ไว้ประมาณ 65,000 ทากา/ตัน แต่ปัจจุบันราคาเหล็กขึ้นไปสูงถึง 74,000 ทากา/ตัน เพิ่มขึ้นคิดเป็น 13%


ถึงแม้บริษัทผมจะได้ค่า k แต่มันก็เป็นค่า k เฉลี่ยทุกวัสดุ แถมได้อย่างมากก็ไม่เคยเกิน 4-5% ดังนั้นมันทดแทนไม่ได้กับที่บริษัทรับเหมาของผมต้องรับภาระต้นทุนสูงที่สูงขึ้นถึง 13%


หลายคนมาพูดบ่นทีหลังว่า รู้อย่างนี้สั่งระยะยาวไว้แต่ทีแรกก็ดี ซึ่งผมก็เคยเตือนพวกเขาไปแล้วตั้งหลายปีแล้ว แต่ตอนนั้นพวกเขาเลือกที่จะเสี่ยงเองก็ต้องยอมรับผลของการกระทำไป


อันที่จริงต่อให้เป็นกรณีที่ราคาเหล็กตกลง แม้ผมจะไม่ได้กำไรมากขึ้น แต่ผมได้ล็อกกำไรในส่วนที่ควรได้ไปก่อนแล้ว ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ตราบที่เราทราบกำไรที่แน่นอน


ส่วนอันนี้ต่างชาติเขาถกเถียงกันระหว่าง Positive Thinking vs Critical Thinking ลองแปะลิ้งค์ให้ ลองไปอ่านดูเน้อ
https://francoistremblay.wordpress.com/2015/12/02/we-need-critical-thinking-not-positive-thinking/
https://www.linkedin.com/pulse/critical-thinking-vs-positive-brent-baldwin/
https://www.nav.com/blog/critical-thinking-better-positive-thinking-business-owners-21499/

PT นี่จริงมาก หลายคนใช้มันผิดๆคือการหนีจากโลกจริงๆ และร้ายกว่านั้นคือการแปลความจนกลายเป็นการเห็นผิดเป็นชอบไปเลย คือพยายามจะคิดว่าอีกฝ่ายต้องมีดีบ้าง ครั้นจะเอา CT มาใช้ก็ดันกลายเป็นใช้เข้าข้างให้ตัวเองรู้สึกดี Soft Power อีกฝ่ายเข้าไปอีก

ตัวอย่างเลยก็...ถ้าพูดตรงๆผมก็กลัวว่าจะออกทะเลกลายเป็นอะไรไม่รู้ไป งั้นผมจะขอเปรียบเทียบละกัน สมมุติว่าโรงเรียนหนึ่ง มี ผอ. ที่บริหารงานแย่มาก ทั้งเรื่องการก่อสร้างหรือซ่อมแซมที่ล่าช้า ห้องเรียน ห้องน้ำ และส่วนต่างๆยังชำรุดทรุดโทรม ฝ่ายประธานนักเรียน รวมทั้งนักเรียนตัวแทนเสนอปรับปรุงไปแล้วทั้งทางจดหมาย อีเมล์ เพจโรงเรียนและการพูดหน้าเสาธงไป 10 กว่าอย่าง แต่ได้รับการตอบรับแก้ไขจริงๆแค่ 2-3 อย่างเท่านั้น ทัศนศึกษาถ้าไม่ใช่ห้อง King Queen Gifted EP ก็สั่งมาเฉพาะรถพัดลมทั้งที่เรียกเก็บค่าทัศนศึกษาเท่าๆกัน ผอ ก็อ้างไม่มีงบทั้งที่ทุกคนจ่ายค่าเทอม+มีเศรษฐีประจำเมืองร่วมแข่งกันบริจาคให้โรงเรียนนี้ตั้งหลายราย ก็อ้างว่าใช้หนี้ที่ ผอ เก่าก่อขึ้นมาจากการโกงเอารายได้จากผัก-ผลไม้ที่นักเรียนปลูกส่งขายตลาดจนเป็นหนี้ (ที่แต่งตัวเลขเองเพื่อไล่ ผอ และคณะชุดเก่า)

แต่ต่อมา ผอ นี้ก็มีการแจกเงินค่าอาหารกลางวัน+ค่าขนมให้เด็กๆผ่านบัตรหนึ่ง ที่ต้องทำแยกกับบัตรนักเรียน เงินแต่ละก้อนใช้ได้ 1 สัปดาห์ ตรงนี้เองก็ทำให้หลายๆคนเกิดความ PT กับทางฝ่ายบริหารจนมองข้ามปัญหาอื่นๆไป พอมีคนยังพูดถึงปัญหาอื่นๆหรือยังคงตำหนิ ผอ ก็จะว่าเรื่องมาก มองโลกในแง่ร้าย อย่างน้อยเขาก็แจกเงิน ผอ คนก่อนๆไม่เคยให้นโยบายดีๆแบบนี้เลยนะจ๊ะ แล้ว CT เองก็ถูกบิดเป็นการใช้คิดอย่างมีวิจารณญาณคือการมองว่า ผอ และคณะก็มีด้านดี ไม่ใช่เลวอย่างเดียวอย่างที่เขากล่าวกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2021, 11:45:42 AM โดย Taw »
 

ออฟไลน์ Panzerelite

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,245
  • ถูกใจแล้ว: 614 ครั้ง
  • ความนิยม: +156/-1058
  • เพศ: ชาย
  • ขอเทพแมวจงสถิตอยู่กับท่าน
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 11:56:07 AM »
พวกทักษะบ้าบอคอแตกต่างๆที่ชอบเอาเขียนหนังสือกัน มันก็ทางทฤษฎีหละ แต่ปัจจัยและตัวแปลมันมีเยอะ


เช่นวัฒนธรรมองค์กรณ์งี้


คิดเชิงวิพาร์กไปทำงานราชการสิ เละแน่นอน อยู่ไม่ได้แน่ๆ ทำงานราชการต้องห้ามคิด สั่งอะไรต้องทำตามอย่างเดียว ต่อให้มันเป็นเรื่องที่ผิดหรือมีการคอรัปชั่นภายในต้องรู้จักเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่ก็เข้าร่วมไปเลย
-----------------------
ตัวแปล แต่หละบุคคลอีก คนเก่งๆใช่ว่าจะมนุษย์สัมพันธ์ดีไปซะทุกคน เขาอาจจะเก่งในโลกของเขา แต่พอไปพบปะผูัคนเขาอาจไปไม่เป็นเลยก็ได้กลายเป็นโชว์โง่ไปแทน


กลับกันเจอมาเหมือนกันเก่งแต่ปากภาพลักษ์ดูดีมากๆ แต่ภายในองค์กรณ์เน่าเฟะ ทำงานให้แล้วเก็บมัดจำแล้วเชิดหนีก็มี


--------------------------------------------------------------------------------------------------------


ไหนจะเรื่องสภาพเศรษฐกิจต่างๆเอยสังคมเอย ต่อให้มีครบข้างบน แต่ถ้าไม่มีงานรองรับจริงๆไปทำงานแบบไม่ตรงสายเลย ก็เป็นแค่ไอ้ขยะคนหนึ่ง ประเทศไทยมันเป็นแบบนี้ จบมาตกงานเยอะ ตกงานก็ต้องทำงานเท่าที่มี เป็นเชลล์ขายของตามห้างบ้าง อะไรบ้าง บ้างคนมนุษย์สัมพันธ์ไม่ดีก็ต้องไปทำ




บอกตรงๆบทความแบบนี้มัน ไร้สาระมากๆ เป็นอุดมคติที่เขียนตามหนังสือสอนรวย ที่คนขายรวยเพราะขายหนังสือสอนรวย ไอ้พวกโค๊ชชีวิตพวกนี้โยนทิ้งไปบ้างแล้วกลับมามองปัญหาโครงสร้างเชิงสังคมที่ทำให้เราต้องมานั่งบ้าอะไรแบบนี้เพื่อเป็นSuper Human  แลกกับเงินเดือนแค่15000บาทมากกว่า
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 12:44:29 PM »
[quote/]

PT นี่จริงมาก หลายคนใช้มันผิดๆคือการหนีจากโลกจริงๆ และร้ายกว่านั้นคือการแปลความจนกลายเป็นการเห็นผิดเป็นชอบไปเลย คือพยายามจะคิดว่าอีกฝ่ายต้องมีดีบ้าง ครั้นจะเอา CT มาใช้ก็ดันกลายเป็นใช้เข้าข้างให้ตัวเองรู้สึกดี Soft Power อีกฝ่ายเข้าไปอีก

ตัวอย่างเลยก็...ถ้าพูดตรงๆผมก็กลัวว่าจะออกทะเลกลายเป็นอะไรไม่รู้ไป งั้นผมจะขอเปรียบเทียบละกัน สมมุติว่าโรงเรียนหนึ่ง มี ผอ. ที่บริหารงานแย่มาก ทั้งเรื่องการก่อสร้างหรือซ่อมแซมที่ล่าช้า ห้องเรียน ห้องน้ำ และส่วนต่างๆยังชำรุดทรุดโทรม ฝ่ายประธานนักเรียน รวมทั้งนักเรียนตัวแทนเสนอปรับปรุงไปแล้วทั้งทางจดหมาย อีเมล์ เพจโรงเรียนและการพูดหน้าเสาธงไป 10 กว่าอย่าง แต่ได้รับการตอบรับแก้ไขจริงๆแค่ 2-3 อย่างเท่านั้น ทัศนศึกษาถ้าไม่ใช่ห้อง King Queen Gifted EP ก็สั่งมาเฉพาะรถพัดลมทั้งที่เรียกเก็บค่าทัศนศึกษาเท่าๆกัน ผอ ก็อ้างไม่มีงบทั้งที่ทุกคนจ่ายค่าเทอม+มีเศรษฐีประจำเมืองร่วมแข่งกันบริจาคให้โรงเรียนนี้ตั้งหลายราย ก็อ้างว่าใช้หนี้ที่ ผอ เก่าก่อขึ้นมาจากการโกงเอารายได้จากผัก-ผลไม้ที่นักเรียนปลูกส่งขายตลาดจนเป็นหนี้ (ที่แต่งตัวเลขเองเพื่อไล่ ผอ และคณะชุดเก่า)

แต่ต่อมา ผอ นี้ก็มีการแจกเงินค่าอาหารกลางวัน+ค่าขนมให้เด็กๆผ่านบัตรหนึ่ง ที่ต้องทำแยกกับบัตรนักเรียน เงินแต่ละก้อนใช้ได้ 1 สัปดาห์ ตรงนี้เองก็ทำให้หลายๆคนเกิดความ PT กับทางฝ่ายบริหารจนมองข้ามปัญหาอื่นๆไป พอมีคนยังพูดถึงปัญหาอื่นๆหรือยังคงตำหนิ ผอ ก็จะว่าเรื่องมาก มองโลกในแง่ร้าย อย่างน้อยเขาก็แจกเงิน ผอ คนก่อนๆไม่เคยให้นโยบายดีๆแบบนี้เลยนะจ๊ะ แล้ว CT เองก็ถูกบิดเป็นการใช้คิดอย่างมีวิจารณญาณคือการมองว่า ผอ และคณะก็มีด้านดี ไม่ใช่เลวอย่างเดียวอย่างที่เขากล่าวกัน


สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการใช้ Critical Thinking มันไม่ใช่การปฏิเสธนะครับ หลายคนอาจจะเข้าใจผิด แต่มันคือการใช้สิ่งที่เรียกว่า บรรทัดฐานเดียวกัน โดยไม่มีข้อยกเว้นครับ


ยกตัวอย่างเช่น


พจน์ 1 : การฆ่าคนต้องรับโทษติดคุกตลอดชีวิต
พจน์ 2 : นาย A ฆ่าคน
พจน์ 3 : นาย A ติดคุกตลอดชีวิต(True)
พจน์ 4 : นาย B ฆ่าคน


ดังนั้นคำตอบของ พจน์ 5 : นาย B ติดคุกตลอดชีวิตเช่นเดียวกับนาย A (True)


นี่คือหลักการของ Critical Thinking ครับ มันคือการเปรียบเทียบโดยตั้งบรรทัดฐานเดียวกันครับ


แต่ถ้าเกิดพจน์ที่ 5 นาย B ไม่ติดคุก อันนี้ผลของพจน์ 5 จะต้องเป็นเท็จ(False) เพราะมันขัดกับบรรทัดฐานเงื่อนไขของพจน์ที่ 1


หรือพูดง่ายๆ บริษัทในยุคใหม่เขาต้องการคนที่มีความคิดที่มีบรรทัดฐาน ไม่ใช่คนประเภทที่กลับกลอกย้อนแย้งคำพูดของตัวเองครับ

เพราะเมื่อคุณทำสัญญาตกลงกับธุรกิจใดๆ สิ่งที่จำเป็นคือเครดิตความน่าเชื่อถือ การกลับกลอกคำพูดไม่ทำตามที่พูดถือเป็นเรื่องร้ายแรงมากในด้านธุรกิจ

อีกหน่อยเขาก็จะไม่เชื่อใจมาเป็นคู่ค้าสัญญากับธุรกิจคุณอีก

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันอีกนิด ผมขอยกเคสของคดีลุงพลนะครับ

มาตรา 108/1 การสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
1.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี
2.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
3.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
4.ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ
5.การปล่อยตัวชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน หรือ การดำเนินคดีในศาล

ผมถือว่า 5 เงื่อนไขนี้ คือ พจนที่ 1 นะครับ

แต่มาดูสิ่งที่ลุงพลกระทำกันครับ ลุงพลจงใจยุ่งกับพยานหลักฐาน ทำให้หลักฐานมีการเปลี่ยนแแปลง ลุงพลสร้างพยานโดยการทักชาวบ้านเพื่อสร้างพยานที่อยู่ ทั้งที่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติที่กระทำทุกครั้ง และเป็นอุปสรรคก่อการทำให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ทำให้การหาหลักฐานเจ้าหน้าที่ช้าลงกินเวลาไปเป็นปี ซึ่งถือเป็นพจน์ที่ 2


ด้วยเหตุผลข้างต้น ลุงพลไม่ควรได้รับการประกันตัวนะครับ เพราะคุณสร้างความยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน ทั้งวัตถุและบุคคล แถมยังสร้างอุปสรรคการสืบสวนของเจ้าหน้าที่อีก

แต่ผลคือลุงพลได้รับการประกันตัว ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้ผมแปลกใจมาก ว่าบรรทัดฐานอยู่ที่ไหนครับ ทั้งที่ระบบความยุติธรรมศาล ก่อกำเนิดมาจากแนวคิดของโสเครติสนะครับกลายเป็นศาลของตะวันตก และไทยก็รับกระบวนการพิจารณาคดีมาจากตะวันตกไม่ใช่เหรอครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2021, 12:57:13 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

ออนไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,243
  • ถูกใจแล้ว: 549 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-558
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 12:56:24 PM »
[quote/]


สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการใช้ Critical Thinking มันไม่ใช่การปฏิเสธนะครับ หลายคนอาจจะเข้าใจผิด แต่มันคือการใช้สิ่งที่เรียกว่า บรรทัดฐานเดียวกัน โดยไม่มีข้อยกเว้นครับ


ยกตัวอย่างเช่น


พจน์ 1 : การฆ่าคนต้องรับโทษติดคุกตลอดชีวิต
พจน์ 2 : นาย A ฆ่าคน
พจน์ 3 : นาย A ติดคุกตลอดชีวิต(True)
พจน์ 4 : นาย B ฆ่าคน


ดังนั้นคำตอบของ พจน์ 5 : นาย B ติดคุกตลอดชีวิตเช่นเดียวกับนาย A (True)


นี่คือหลักการของ Critical Thinking ครับ มันคือการเปรียบเทียบโดยตั้งบรรทัดฐานเดียวกันครับ


แต่ถ้าเกิดพจน์ที่ 5 นาย B ไม่ติดคุก อันนี้ผลของพจน์ 5 จะต้องเป็นเท็จ(False) เพราะมันขัดกับบรรทัดฐานเงื่อนไขของพจน์ที่ 1


หรือพูดง่ายๆ บริษัทในยุคใหม่เขาต้องการคนที่มีความคิดที่มีบรรทัดฐาน ไม่ใช่คนประเภทที่กลับกลอกย้อนแย้งคำพูดของตัวเองครับ

เพราะเมื่อคุณทำสัญญาตกลงกับธุรกิจใดๆ สิ่งที่จำเป็นคือเครดิตความน่าเชื่อถือ การกลับกลอกคำพูดไม่ทำตามที่พูดถือเป็นเรื่องร้ายแรงมากในด้านธุรกิจ

อีกหน่อยเขาก็จะไม่เชื่อใจมาเป็นคู่ค้าสัญญากับธุรกิจคุณอีก

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันอีกนิด ผมขอยกเคสของคดีลุงพลนะครับ

มาตรา 108/1 การสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
1.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี
2.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
3.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
4.ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ
5.การปล่อยตัวชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน หรือ การดำเนินคดีในศาล

ผมถือว่า 5 เงื่อนไขนี้ คือ พจนที่ 1 นะครับ

แต่มาดูสิ่งที่ลุงพลกระทำกันครับ ลุงพลจงใจยุ่งกับพยานหลักฐาน ทำให้หลักฐานมีการเปลี่ยนแแปลง ลุงพลสร้างพยานโดยการทักชาวบ้านเพื่อสร้างพยานที่อยู่ ทั้งที่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติที่กระทำทุกครั้ง และเป็นอุปสรรคก่อการทำให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ทำให้การหาหลักฐานเจ้าหน้าที่ช้าลงกินเวลาไปเป็นปี ซึ่งถือเป็นพจน์ที่ 2

[youtube/]

ด้วยเหตุผลข้างต้น ลุงพลไม่ควรได้รับการประกันตัวนะครับ เพราะคุณสร้างความยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน ทั้งวัตถุและบุคคล แถมยังสร้างอุปสรรคการสืบสวนของเจ้าหน้าที่อีก

แต่ผลคือลุงพลได้รับการประกันตัว ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้ผมแปลกใจมาก ว่าบรรทัดฐานอยู่ที่ไหนครับ ทั้งที่ระบบความยุติธรรมศาล ก่อกำเนิดมาจากแนวคิดของโสเครติสนะครับกลายเป็นศาลของตะวันตก และไทยก็รับกระบวนการพิจารณาคดีมาจากตะวันตกไม่ใช่เหรอครับ

อันนี้ผมพูดถึงในกรณีพวกเอาไปใช้กันมั่วๆน่ะครับ คือเริ่มจากใช้ PT จัดๆจนกลายเป็นการบิดประเด็นร้ายๆออก กว่าจะใส่ CT เข้ามาก็สายเกินไปแล้ว สุดท้ายก็เอามาบิดเบือนตามสภาพสังคม คือกลายเป็นการวิเคราะห์ที่เข้าข้างตัวเอง วิจารณญาณที่เป็นเครื่องมือปกป้องความรู้สึกตัวเองน่ะครับ เหมือนกับคำว่าเป็นกลาง ที่ใช้หลอกตัวเองว่าไม่ได้เข้าข้างใครนะ ทุกฝ่ายมีผิดมีถูก ทำผิดเหมือนกันก็ด่าหมด แต่ความคิดต่างๆถ้าผ่าตัดจริงๆก็คือเลือกข้างชัดเจนเลย พวกที่ใช้อย่างถูกต้องแบบที่คุณว่าก็โดนพวกใช้ผิดๆรุมด่า อารมณ์ประมาณกลุ่มคนบ้าที่มาว่าคนปกติบ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2021, 12:59:37 PM โดย Taw »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออนไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,243
  • ถูกใจแล้ว: 549 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-558
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 01:08:43 PM »
ส่วนเรื่องลุงพล เอาจริงๆผมก็ไม่ค่อยแปลกใจตั้งแต่คดีค้าแป้งละครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,271
  • ถูกใจแล้ว: 1137 ครั้ง
  • ความนิยม: +112/-124
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 01:45:40 PM »
พวกทักษะบ้าบอคอแตกต่างๆที่ชอบเอาเขียนหนังสือกัน มันก็ทางทฤษฎีหละ แต่ปัจจัยและตัวแปลมันมีเยอะ


เช่นวัฒนธรรมองค์กรณ์งี้


คิดเชิงวิพาร์กไปทำงานราชการสิ เละแน่นอน อยู่ไม่ได้แน่ๆ ทำงานราชการต้องห้ามคิด สั่งอะไรต้องทำตามอย่างเดียว ต่อให้มันเป็นเรื่องที่ผิดหรือมีการคอรัปชั่นภายในต้องรู้จักเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่ก็เข้าร่วมไปเลย
-----------------------
ตัวแปล แต่หละบุคคลอีก คนเก่งๆใช่ว่าจะมนุษย์สัมพันธ์ดีไปซะทุกคน เขาอาจจะเก่งในโลกของเขา แต่พอไปพบปะผูัคนเขาอาจไปไม่เป็นเลยก็ได้กลายเป็นโชว์โง่ไปแทน


กลับกันเจอมาเหมือนกันเก่งแต่ปากภาพลักษ์ดูดีมากๆ แต่ภายในองค์กรณ์เน่าเฟะ ทำงานให้แล้วเก็บมัดจำแล้วเชิดหนีก็มี


--------------------------------------------------------------------------------------------------------


ไหนจะเรื่องสภาพเศรษฐกิจต่างๆเอยสังคมเอย ต่อให้มีครบข้างบน แต่ถ้าไม่มีงานรองรับจริงๆไปทำงานแบบไม่ตรงสายเลย ก็เป็นแค่ไอ้ขยะคนหนึ่ง ประเทศไทยมันเป็นแบบนี้ จบมาตกงานเยอะ ตกงานก็ต้องทำงานเท่าที่มี เป็นเชลล์ขายของตามห้างบ้าง อะไรบ้าง บ้างคนมนุษย์สัมพันธ์ไม่ดีก็ต้องไปทำ




บอกตรงๆบทความแบบนี้มัน ไร้สาระมากๆ เป็นอุดมคติที่เขียนตามหนังสือสอนรวย ที่คนขายรวยเพราะขายหนังสือสอนรวย ไอ้พวกโค๊ชชีวิตพวกนี้โยนทิ้งไปบ้างแล้วกลับมามองปัญหาโครงสร้างเชิงสังคมที่ทำให้เราต้องมานั่งบ้าอะไรแบบนี้เพื่อเป็นSuper Human  แลกกับเงินเดือนแค่15000บาทมากกว่า


เวลาทำงานราชการลูกเล่นเยอะครับ เวลาไปทำให้คนไม่พอใจ
เช่น เอ็งส่งงานมาปุ๊บ ดองครับรอใกล้เส้นตายค่อยปล่อย
เอาจริงๆเค้าก็ไม่ผิดด้วยแค่ไปทำงานอื่นๆก่อน
พอคณะกรรมการมีเวลาพิจารณาน้อยสุดท้ายก็เลื่อนๆจนเจ้าของโครงการโดนด่า


อย่างล่าสุดเจ้านายผมจอรองไม่เซ็นต์ให้ แบบเข้าก็มาส่งทันเส้นตาย
แต่ถ้าไปขอรองดีๆเค้าก็จะเร่งอนุมัติให้จบทันในวันเดียว
พอไม่ไปเตี้ยมกับเขาๆก็ทำตามปรกติ


หรืออย่างคณะกรรมการสงสัยทำไมสินค้าเดียวกันราคาต่างกันจนต้องชี้แจง ว่ามันคิดกันคนละเวลาอันนึงราคาปีก่อนน้ำมัน 22 บาท อีกอันราคาน้ำมันมันเป็น 27 แล้ว


ซึ่งราคางานหลักล้าน แต่ท้วงติงเงินหลักร้อย
จุดทศนิยมตำแหน่งที่ 3 ไม่ตรงเพราะปัดเลขงี้
หรือตรวจงานแล้วพกไมโครมิเตอร์ไปตรวจงานก่อสร้างงี้


คือเคลื่อนไหมมันก็เคลื่อน แต่มันอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้เฟ้ย ::)

 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: IsekaiNetwork

ออฟไลน์ Black7nos

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,349
  • ถูกใจแล้ว: 1335 ครั้ง
  • ความนิยม: +90/-103
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 02:17:35 PM »
[quote/]


เวลาทำงานราชการลูกเล่นเยอะครับ เวลาไปทำให้คนไม่พอใจ
เช่น เอ็งส่งงานมาปุ๊บ ดองครับรอใกล้เส้นตายค่อยปล่อย
เอาจริงๆเค้าก็ไม่ผิดด้วยแค่ไปทำงานอื่นๆก่อน
พอคณะกรรมการมีเวลาพิจารณาน้อยสุดท้ายก็เลื่อนๆจนเจ้าของโครงการโดนด่า


อย่างล่าสุดเจ้านายผมจอรองไม่เซ็นต์ให้ แบบเข้าก็มาส่งทันเส้นตาย
แต่ถ้าไปขอรองดีๆเค้าก็จะเร่งอนุมัติให้จบทันในวันเดียว
พอไม่ไปเตี้ยมกับเขาๆก็ทำตามปรกติ


หรืออย่างคณะกรรมการสงสัยทำไมสินค้าเดียวกันราคาต่างกันจนต้องชี้แจง ว่ามันคิดกันคนละเวลาอันนึงราคาปีก่อนน้ำมัน 22 บาท อีกอันราคาน้ำมันมันเป็น 27 แล้ว


ซึ่งราคางานหลักล้าน แต่ท้วงติงเงินหลักร้อย
จุดทศนิยมตำแหน่งที่ 3 ไม่ตรงเพราะปัดเลขงี้
หรือตรวจงานแล้วพกไมโครมิเตอร์ไปตรวจงานก่อสร้างงี้


คือเคลื่อนไหมมันก็เคลื่อน แต่มันอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้เฟ้ย ::)




ข้อหลังถ้าเข้มงวดในเรื่องเล็กแต่เรื่องใหญ่ไม่ดู ผมสวนไล่กลับไปอ่านสัญญาในส่วน Scope of Work ใหม่เลย


หรือถ้าอยากไฟท์ ผมก็ไม่ได้กลัวที่จะพิพาทนะ แถมชอบด้วย เพราะผมจะจี้ไปที่ Condition กับ Specfication


เอาให้ถึงชั้นอนุญาโตตุลาการเลยก็ย่อมได้ บอกเลยว่าสู้สุดใจโดยสู้กันตรงสัญญา เพราะถ้าผมสู้คือผมมั่นใจว่าผมชนะเกิน 70-80% แล้ว


ฝ่ายผู้รับจ้างทำสัญญาหรือ Contractor จะได้เปรียบเวลาสู้คดีกว่าฝ่ายที่เป็น Owner


เพราะเวลาพิจารณาคดีทั้งอนุญาโตตุลาการและผู้พิพากษาจะยึดหลัก "Contra Proferentem" หรือ "Construed Against Drafter"


นั่นก็คือเมื่อใดที่สัญญานั้นถูกเขียนอย่างคลุมเครือไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ การตีความใดๆจะต้องตีความให้ฝ่ายผู้รับจ้างทำสัญญา หรือ ผู้รับเหมาได้ประโยชน์


เนื่องจากเจ้าของสัญญาหรือผู้เขียนสัญญาจงใจเขียนให้คลุมเครือไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น คดีโฮปเวลล์ คดีคลองด่าน


ไม่ต้องอะไรมาก ผมยกแค่ข้อ Contra Proferentem รัฐไทยก็แพ้คดีแล้ว เพราะ สัญญาเขียนไม่ชัดเจน คลุมเครือ และต้องตีความตามฝ่ายที่เป็นผู้รับจ้างทำสัญญา นั่นก็คือผู้รับเหมา


ต่อให้จะอุทธรณ์ หรือ ฎีกาซักกี่หน ก็ไม่มีทางชนะคดีผู้รับเหมาหรือ Contractor ได้ ถ้ารัฐไทยยังคงเขียนสัญญาไม่ชัดเจนน่ะนะ


สูด อ้า..กลิ่นของเงินค่าชดใช้ + ดอกเบี้ย 7.5% ช่างหอมหวานจังเลยครับ


วิธีแก้ง่ายๆนะครับ รัฐไทยต้องเน้นรับสมัครวิศวกรด้านสัญญา(Contract Engineer)ให้มากกว่านี้ เพื่อในการร่างสัญญาที่ชัดเจนและไม่คลุมเครือจะได้ไม่เจอผู้รับเหมาเขาฟ้องกลับ


แต่ค่าตัวของ Contract Engineer ค่อนข้างแพงหน่อยนะครับ สากลโลกมีค่าเฉลี่ยเงินเดือนตกอยู่ที่ $25,000 ต่อเดือน


ดังนั้นควรเปิดหลักสูตรวิศวกรรมสาขาด้านสัญญาจะดีมาก อันนี้แนะนำเลยครับ เพราะมันจำเป็นจริงๆ ใช้ได้ในทางภาครัฐและธุรกิจ ไม่งั้นก็จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยคดีโฮปเวลล์ กับ คดีคลองด่านเรื่อยๆ


https://en.wikipedia.org/wiki/Contra_proferentem
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2021, 02:20:32 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออนไลน์ isdogtr001

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,993
  • ถูกใจแล้ว: 578 ครั้ง
  • ความนิยม: +75/-106
Re: Top 10 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ 2020+ ควรมี
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2021, 07:03:52 PM »
พวกคุณนี้นิสัย อีโมเเท้ๆครับ วันๆน่าจะเจอเรื่องเยอะนะ ชีวิตเคยมีคำว่าปล่อยวางหรือคิดเเง่ดีในชีวิตบ้างไหมเนี้ย ???


พอเถอะเเต่ผมว่าสุดท้ายพวกคุณก็คงไม่ฟังอยู่ดีอย่ามาอ้างเถียงอะไรอีกนะเบื่อละ


คิดเเต่ด้านๆเดียว ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ
เชื่อมั่นในตัวเองเกิน(จะยกเอาเเต่เรื่องที่ตัวเองเป็นฝ่ายดีเท่านั้น)
ไม่ฟังชาวบ้าน(พอเขามาเเย้งจะชอบปัดไปอย่างอื่นที่ตัวเองต้องการ)
ชอบเอาชนะ(ไม่ยอมเเม้ตัวเองจะฝ่ายผิด)
คิดเเต่ในเเง่ลบต่อคนอื่น(ด่าคนเเก่ได้ไฟเเล็บตัวเองไม่เคย)
เหยียดคนที่ต่างจากตัวเอง(ชอบเหยียดประเทศตัวเองเเละคนที่เข้าไม่เห็นด้วยกับคุณบอกว่ายกเรื่องดีมาบ้างเเต่สุดท้าย 99 มันก็ด่าอยู่ดี)


รู้เลยว่าพวกเเก่ๆที่เขาด่ากันว่าทำไมทำนู่นนี้มาจากไหนพื้นฐานก็มาจากพวกคุณนั้นละตรรกะไม่เคยมีคำว่ากลางจริงๆ หัวรุนเเรงกันชะมัด



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2021, 07:07:56 PM โดย isdogtr001 »
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก