ไม่คาดคิดมก่อนว่าคอนเซ็ปเพี้ยน ๆ หลุดโลกแบบนี้ จะสนุกได้
แต่ก่อนจะสนุก จะต้องโยนความสมเหตุสมผลทิ้งไปให้หมดก่อน ทำใจเป็นแฟนตาซี 100% แล้วจะสนุก
ตัวเอกเป็นพวกบ้าเครื่องขายของอัตโนมัติ ประมาณว่าเห็นตู้ขายอะไรใหม่ ๆ จะรี่เข้าไปซื้อต่อให้ไม่มีเงินก็เหอะ
โดนเครื่องขายของอัตโนมัติหล่นจากท้ายรถบรรทุกทับตาย
รู้สึกตัวอีกที ก็กลายเป็นตู้ขายของตั้งอยู่ในดันเจี้ยนแล้ว
ดันเจี้ยนนี้แบ่งเป็นส่วน ๆ แล้วก็มี safe zone ที่มีพวกนักผจญภัยมาตั้งหมู่บ้านกัน (แบบในดันมาจิ)
ไปเจอกับแม่สาวพลังช้างสารที่ร่อแร่ปางตายเพราะโดนปาร์ตี้ทิ้งกลางดันฯมาเจอเข้า
แล้วก็กระเตงกันไปนับแต่นั้น
แม่สาวพลังช้างนี่ ถ้าใครเคยดูเฮอคิวลิสฉบับการ์ตูนดิสนีย์ (1997) แล้วก็พอเข้าใจ
พลกำลังที่มากเกินไปทำให้ใช้ชีวิตประจำวันกับคนทั่วไปลำบาก เผลอหยิบจับอะไรไม่ระวังเป็นพังคามือ
ได้รู้จักกับตัวเอกที่เป็นตู้ขายของถึก ๆ ทนมือทนเท้าก็นับว่าสมเนื้อกันดี ด้วยพลังช้างเธอทำให้แบกตู้ขายของไปได้แบบชิล ๆ แถมตรงข้าม น้ำหนักยังช่วงถ่วงสมดุลให้เธอสู้ได้ง่ายขึ้นซะอีก
ส่วนตัวเอกที่เป็นตู้ขายของ
พูดได้แค่ไม่กี่ประโยคตามแบบตู้อัตโนมัติ
แต่ขายได้แม่งแทบทุกอย่างที่เคยยัดเข้าตู้
บะหมี่ถ้วย เครื่องดื่มทุกอย่าง ขนมหวาน ของคาว ของใช้อย่างสบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน ยันถุงยางอนามัยที่ใช้ช่วยชุมชนในดันเจี้ยนคุมกำเนิดและกันโรคระบาด นิตยสารโป๊ ฯลฯ
ในโลกแฟนตาซีที่ไม่มีจุดเซฟ มีตู้ที่ผลิตเสบียงได้แบบไม่จำกัดขอแค่ใส่เงินเข้าไป
ในสายตานักผจญภัยที่ต้องลุยดันเจี้ยนขนาดใหญ่ จะมีค่าตัวขนาดไหน
แค่ตู้นี้ตู้เดียว นักผจญภัยสักร้อยคน พกเหรียญทองคนละ 50 เหรียญ ก็ลุยได้เป็นเดือน ๆ แถมเสบียงที่ได้ก็สดใหม่ร้อน ๆ ไม่เน่าไม่เปื่อยอีก
เอาเป็นว่า ไป ๆ มา ๆ ไอ้ตัวเอกแทบจะกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชมกลางดันฯ นี่ไปแล้ว
ส่วนตัวเรื่องเอง
ก็ได้ยิงเป้าหมายระยะไกลของตัวเอกไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
เพราะเงินที่หาได้จะเปลี่ยนเป็นแต้มไปแลกของมา re-stock และสกิลพิเศษได้
โดยเฉพาะสกิล "แปลงสภาพ" ที่น่าจะทำให้มันมีร่างกลับเป็นคนได้ ที่ต้องใช้ 1,000 ล้านแต้ม
ผมชอบแม่ฮุลเลมี (หรือฮุลมี่ ดี? ออกเสียงไม่ถูก) เพื่อนนางเอกที่เป็นนักวิจัยไอเท็มเวทย์มนต์
วิเคราะห์แล้วก็เข้าใจตัวเอกได้แบบชิล ๆ อาศัยแค่หลักฐานประกอบกับถามตอบแบบ yes&no
เนื้อหาเบา ๆ แบบไม่คิดอะไรมาก ประเด็นก็ไม่ได้ซับซ้อน
อ่านเอาสนุก และก็สนุก ไม่ต้องสนใจเรื่องความสมเหตุสมผล