แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คุยกันเรื่องนิยายโรแมนซ์ของผู้หญิงหน่อยครับ+สัพเพเหระ  (อ่าน 1528 ครั้ง)

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,478
  • ถูกใจแล้ว: 585 ครั้ง
  • ความนิยม: +49/-49
เรื่องการบ่นของสามีภริยา


ผมจำได้ว่าประมาณว่ามีบทความ ภริยาอายุมากแล้วมาคุยกันว่าตั้งความหวังไว้อบ่างนู้นอย่างนี้ และลุกตั้งควงามหวังไว้
สรุปแล้วได้อย่างที่หวังไว้ไหม? ก้ไม่

ผมถึงสรุปว่า ผู้หญิงมีสมอง solipsism ที่คิดว่าตนเองทำตามหลักเหตุผลแต่ความจริง เอาอารมณืเป็นข้อเท็จจริง ทำให้ไม่ได้อย่างที่หวัง

เชื่อว่าแต่ละคนตั้งความหวังไว้สูงแต่ทำไมถึงได้ผู้ชายไม่ได้แบบที่หวังระหว่างทาง?

ผมอ่านบทความเรื่องยาเสพติด
ประมาณผุ้หญิงขายผักเลี้ยงลุกไปตามประสา
สามีขายยา แป็บยๆวสันหนึ่งได้มาสองหมื่นแป็บไได้มาสองหมื่น
พอภริยาเห็นว่าได้เงินง่ายอย่างนั้นก็อยากลองบ้าง ทำให้โดนตำรวจจับ
..
นึกถึงเรื่องว่าผู้หญิงถูกเกลี้ยกล่อมง่ายหากโดนทำให้เห็นว่ายาเสพติดทำให้หาเงินมาง่ายแค่ไหนจากการสำรวจคนในคุก
อาจจะเพราะว่า ทั้งเกดือนปลุกผักขายได้ไม่กี่พันบาท
แต่วันเดียวถ้าขยันวิ่งยาหน่อยอาจได้มาถึงสามหมื่นบาท
ผมกำลังพยายามมองว่าอะไรที่ทำให้ผุ้หญิงไปหาแบดบอย
น่าตจะเพราะพวกนี้มีเวลาเทคแคร์คุณเธอมากกว่าคนทำงานสุจริตน่าจะส่วนหนึ่ง
คนทำงานไปรษณียืหรือครู เลิกงานห้าโมงเย้น บางทีเจอใช้งานอีกก็มืด
คนเดินยา สามารถเอาเวลาว่างจากการเดินบามาพาเธอทานอาหารเที่ยง ส่งยาที่คลองเตยเสร็จก็มารับเธอไปทานข้าวเย้นอีกได้แบบสบายๆ

นั่นคืออีกเรื่องที่ผมสังเกตจากประวัติอาชญากรรมที่เคยอ่านมา เอามาเทียบกับนิยายก็รู้สึกว่า นิยายโรแมนซืของผู้หญิงอาจจะไม่ได้เว่อรืแฟนตาซีอย่างเดียว
แต่ค่อนข้างจะสะท้อนแนวคิดของผู้หญิงออกมาพอสมควร
รายละเอียดเปลี่ยนแปลงไปแต่หลักๆเหมือนเดิม
ว่าโดนอิทธิพลจากสามีหรือผู้ชายที่คบอยู่ได้ง่าย ไม่ได้คิดเป็นเหตุเป็นผลหรือใ้ช้ความฉลาดตลอดเวลาอย่างที่พวกคุณเธอพยายามคุยแข่งกันในหมู่ผู้หญิง


ผู้หญิงเป็นที่เทิอทูนบูชาในวัฒนธรรมของพวกเรา
ส่วนคนอย่างท่าน seika นั้นเป็นส่วนน้อยที่มองแต่เรื่องผลประโยชน์อย่างเดียว ท่าน่าจะเข้ากันได้ดีกับครอบครัวชาวยิวที่พวกนี้มองขาดมากเรื่องว่า ผู้หญิงที่จะแต่งงานด้วยจะให้ผลประโยชนือะไรแก่พวกเขาบ้าง
ถ้าผลประโยชน์ที่เจรจาบนโต๊ะไม่น่าสนใจก็ไม่แต่งงานด้วยเด็ดขาด
แต่วัฒนธรรมอื่น ไม่ได้มีแนวคิดเช่นนี้..ซึ่งอาจจะตลกร้าย มีแต่ชาวยิวเท่านั้นที่ได้ครองอำนาจในปัจจุบันเพราะวัฒนธรรมของพวกเขาสนับสนุนเรื่องการมองจากมุมมองของผลประโยชน์ซึ่งผมต้องจำใจยอมรับว่า มันคือพฤติกรรมที่ไม่น่าคบ แต่ก็ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในด้านวัตถุและตำแหน่งในสังคมอย่างมาก
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,042
  • ถูกใจแล้ว: 6471 ครั้ง
  • ความนิยม: +178/-169
  • เพศ: ชาย
Bad boy ของฝรั่งกับของชาติอื่นๆมันแค่ไม่ชอบทำตามชาวบ้านครับ  แต่พอหมดช่วงวัยรุ่นมันก็ทำงานทำการนะเออ  ส่วนของไทยไม่ได้ดูถูกนะ ผู้ชายขายยา ผู้หญิงไม่ขายยาก็ขายตัว 8) 
ผมเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแก๊งค์ซิ่งมันเก็บเงินด้วยการทำงานพิเศษเพื่อให้มีเงินมาแต่งรถ ขนาดกุ๊ยนะนั่นส่วนเด็กแว๊นเมืองไทย ขอเงินพ่อแม่ ขายยา ขายตัว ฮ่วย!
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,478
  • ถูกใจแล้ว: 585 ครั้ง
  • ความนิยม: +49/-49
วันนี้ ดูหนังไทยกะแม่

หญิงคนนึง(ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นนางเอกป่าว)

กำลังจะแต่งงา่นกับชายคนนึง แล้ว จู่ๆพี่สาว ของเจ้าบ่าวก้อมาโวยวายในงาน แฉว่า เจ้าสาวนั่นน่ะ เป็นเมียน้อยของสามีเธอมาก่อน ไม่นึกว่จะเปลี่ยนชื่อแล้วมาได้กับน้องชายเธอ
ฝ่ายเจ้าบ่วก็เหวอสิ ยังอึ้งๆงุนๆงุงๆอยู่

แล้ว เจ้าสาวก็เป็นลม เพื่อนเจ้าสาวพาออกไป แล้วก้อบลาๆๆๆๆ

พระเอกตัวจริง(เจมส์ จิ ) ก้อข้ามาปลอบ แล้วก้อ บลาๆๆๆ

ตอนจบ พระเอก(เจม จิ) ก้อได้กะยัยเจ้าสาวนี่

........มันโรแมนติกเหรอฟระ

ออกตัวก่อนนะ  ผมไมไ่ด้ตั้งแง่กับหญิงที่เป็นเมียน้อยคนอื่นหรือหญิงที่ไม่ซิงนะ แต่มันต้องมีจุดสมดุล
เรื่องอะไรครับ?
ผใวามันแสดงความรู้สึกของคนแต่งเรื่องมุมมองผู้หญิงได้ดีเลยนะ
จากบรรทัดฐานของสังคมที่"ยึดถือคุณธรรม ครองตนเป็นกุลสตรี ผู้ชายจะเห็นความดี"
แปรเปลี่ยนเป็น
"ต่อให้ทำเรื่องผิดพลาดมาแค่ไหน ดปรดอย่าถามว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต และยอมรับความผิดพลาดทุกอย่างของฉันได้"
จากที่เคยต้องนำเสนอ ศีละรรมมาบนดต๊ะเจรจาบ้าง
กลายเป็นภาระตกอยู่กับฝ่ายชายที่ต้องยอมรับฝ่ายหญิงได้ทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นจะดูเป็นคนใจแคยบเห็นแก่ตัว
ซึ่งในเรื่องก็แสดงว่าเจมจิ เป็นคนใจกว้าง ส่วนเจ้าบ่าวเป็นคนใจแคบ
หลังจากนั้นก็จะมีฉาก สลัดเจ้าบ่าวคนแรกทิ้งว่าฉันไม่ต้องพึ่งหรือง้อเธออีกแล้วใช่ไหมครับ?

ผมถึงบอกว่าแต่ละคนไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรลงไปเลยเกิดปัยหาอย่างทุกวันนี้
..
ขายตัวขายยาก็มีผสมกันเท่าที่ผมเคยสำรวจมาอายุน้อยหน้าตาดีนย่าเสียดายจริงๆ
แต่พอเข้าใจนะ
ทำอาชีพใช้แรงงาน สาวออฟฟิซ ไม่สามารถทำตนให้สวยอย่างที่ต้องการ
และการทำตนให้สวยนั้นมีราคาเสมอ
จากตอนแรกสมัยก่อนผมเคยต่อต้านการทำศัลยกรรม
ตอนหลังคุยกับพวกฝรั่งมากขึ้น ติดนิสัยเรื่อง transhumanism มาเรื่องของการปรับปรุงสายพันธุ์มนุษย์
ทำให้ผมต่อต้านน้อยลง
แต่กำลังคอยยุคสมัยต่อไปที่ทุกคนจะรู้ตัวว่า คนที่ไม่ทำศัลยกรรมและให้ยาและฮออร์โมนจะทำให้ตนเองเสียเปรียบ
โลกจะเป็นอย่างไรต่อไป
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ nosta

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,281
  • ถูกใจแล้ว: 408 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
[quote/]

   อันนั้นเอ่ยถึงวัฒนธรรมของฝรั่งหน่ะขอรับ  ของไทยของเอเชียเราจะถามเรื่อง"คุณเงินเดือนเท่าไร" 
"บ้านคุณมีฐานะเป็นไง"  แม้กระทั่งอาชีพพ่อแม่พี่น้องของสามี  ทางเอเชียเราก็จะถาม  "พ่อทำงานอะไร"
"แม่ทำงานอะไร" 

   แต่ฝรั่งเรื่องพวกนี้พวกเขาดันถือเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ  มากขนาดที่ว่าแม้แต่พ่อแม่ฝรั่งเองบางทียังเกรงใจ
ไม่อยากถามลูกๆว่าตอนนี้ทำงานอะไร  แต่จะถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแทน

   ถ้าในระดับฝรั่งฐานะปานกลาง  เป็นแฟนกันแม้กระทั่งบางทีเป็นสามีไปแล้วก็ยังไม่รู้ว่าสามีทำงานอะไรก็มี 
ถ้าเป็นที่ไทยหรือเอเชียเรา  เรื่องอย่างงี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้หรอก  ผมนึกหนังได้เรื่องนึงหล่ะที่ตัวเอกทั้งสามี
และภรรยาไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับการงานของคู่่รักตน  Mr. & Mrs. Smith  หรืออีกเรื่องที่ดัดแปลงจาก
หนังไทยบางกอกแดนเจอรัส เพชฌฆาตเงียบ อันตรายคือเรื่อง  ฮีโร่ เพชฌฆาต ล่าข้ามโลกที่ นิโคลาส เคจ 
นำแสดง  มีตอนนึงผู้หญิงพาพระเอกเข้าบ้านเจอพ่อแม่  พ่อแม่คนไทยถามทันทีว่า  ทำงานอะไร  พระเอกแกล้ง
บอกไปว่าทำงานธนาคาร  แล้วสีหน้าพ่อแม่ผู้หญิงก็สบายใจ  สีหน้านิโคลาสทำได้ดีมาก  ประมาณว่าจะถาม
ไปทำไม  แต่เพราะเอเชียเราถือเรื่องพวกนี้

   ถ้ามองมุมมองฝรั่งผ่านซีรีย์หรือหนังเราจะเห็นหลายเรื่องเลยว่าเวลาลูกกลับบ้าน  พ่อแม่จะถามว่าเป็นอย่างไร
บ้าง  สบายดีนะ  กลุ้มใจอะไรมั๊ย  ความหมายประมาณว่าไม่มีปัญหาในงานนะ  มีความสุขกับงานนะ    ของเราจะ
ออกแนวพูดตรงๆในเรื่องที่ฝรั่งคิดว่าส่วนตัวสุดๆแบบนี้ไปเลย  พ่อแม่ไทยเราบางทีถามว่าเงินเดือนเป็นไง  หัวหน้า
หรือบริษัทเป็นไง 

   ปล.ส่วนเรื่องอื่นๆเกี่ยวกับฝรั่งอย่างเรื่องหย่าร้าง  อันนี้เคยดูสถิติ  เห็นว่าฝรั่งอเมริกาจะเยอะก็จริง  แต่ทางฝั่ง
ยุโรปจะมีเยอะอยู่แค่ประเทศสองประเทศ  จำไม่ได้ว่าประเทศอะไร  อังกฤษกับฝรั่งเศสมั้ง?  ส่วนเรื่องเห็นว่า
คนที่ซิงเป็นคนที่เห่ย  ผมว่าพวกเขาไม่ได้โฟกัสตรงนั้นแต่โฟกัสตรงการเข้าสังคม  การปาร์ตี้  เพราะฝรั่งมีนิสัย
ที่เวลาพักผ่อนจะรวมตัวปาร์ตีเป็นหลัก  ส่วนสาวมั่นแบบแยงกี้เนี่ยอิทธิพลชมชอบจะอยู่ที่ฝั่งอเมริกา  ฝรั่งยุโรป
หรือออสฯไม่ค่อยเป็นแบบนั้น

   พิมพ์อีกหน่อย  หลายๆอย่างเราเข้าใจว่าฝรั่งเป็นแบบนั้นแบบนี้น่าจะเพราะอิทธิพลหนังฮอลลีวูด  หย่าร้างสูง
คบได้เลิกได้  ยุโรปเนี่ยยิ่งบางประเทศค่อนข้างเคร่งเพราะรากฐานศาสนา  หรือทำตัวมั่นทั้งผู้ชายผู้หญิงอย่าง
ที่เอ่ยถึงแยงกี้เนี่ยก็รสนิยมอเมริกาชัดเจน  ถ้าไปทำนิสัยแยงกีในยุโรปยิ่งถ้าเป็นอังกฤษรับรองโดนด่าลับหลัง
ว่าสถุล  อเมริกาปลูกฝังความมั่นให้ประชาชน  ผู้หญิงต้องมั่นผู้ชายต้องมั่นไม่ยอมใคร  นิยมชมชอบการเอาชนะ
แข่งขัน  แม้ใช้วิธีที่ผิดแต่ชนะก็ถือว่าเพราะตัวเรามันเจ๋งถึงชนะได้  ฝรั่งมันมีทั้งอเมริกา  ยุโรป  ออสฯ  ละติน
แต่ละที่ความคิดความอ่านและสิ่งที่ปลูกฝังมาแตกต่างกัน


เค้าพูดกันนะเรื่องเงินเรื่องงาน มีแฟนที่ไหนไม่รู้ว่าแฟนทำอะไรที่ไหนผมว่าไม่มีนะ  เรื่อง mr and mrs smith เป็นข้อยกเว้น เพราะต่างฝ่ายต่างหลอกกันเนื่องจากงานเป็นสายลับจะไห้แฟนรู้ไม่ได้ ปกติฝรั่งเค้าจะคบในวงคนที่รายได้ไล่ๆกัน เว้นเศรษฐีผู้ชายก็จะหาเมียสาวสวยรายได้น้อยไม่ต่างกันเลยปะไทย ทั่วโลกก็จะประมานนี้ อย่างผู้หญิงฝรั่งมาเที่ยวหรือมาอยู่ไทยจะมีแต่งกะคนจนๆในไทยมั้ย ผมว่ายาก แต่ผู้ชายฝรั่งมีอายุอยู่ที่นั่นเป็นชนชั้นกลาง มาอยู่ที่ไทยรวย ก็มีแต่งกะผู้หญิงที่จนแต่สาว ซึ่งก็เหมือนชายไทยหญิงไทยนั่นแหละ แต่อาจต่างกันบ้างตรงฝรั่งเค้าแชร์กันมากกว่า เวลาแต่งงานก็ช่วยกันทำงานหารายได้มากกว่า


ส่วนอัตราหย่าร้างในยุโรปก็ไม่ต่ำนะ
https://www.google.com/search?q=divorce+rate+europe&oq=divorce+rate+europe&aqs=chrome..69i57j0l3.12162j0j7&client=ms-android-huawei-rev1&sourceid=chrome-mobile&ie=UTF-8#imgrc=H01-lfosG3WBgM
จะเห็นชัดเลยยุโรปสูงมาก ส่วนตะวันออกกลางจะต่ำกว่า ไทยอัตราหย่าก็ต่ำกว่ายุโรป
 

ออฟไลน์ nosta

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,281
  • ถูกใจแล้ว: 408 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
ตะวันออกกลางนี่หย่าทีอาจจะมีตายป่าว
เป็นไปได้ 55
 

ออฟไลน์ nosta

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,281
  • ถูกใจแล้ว: 408 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
[quote/]

คุณภาพคนต่าง ขนาดกุ๊ย ยังมีชั้น....

ปล..ขายตัวนี่ช่างเหอะ จุดเด่นของไทยคือ สาวอาบอบนวดนะ แต่ผมมั่นใจว่าพวกสกอยท์ไม่ทำงานอาบอบนวดหรอก


สก๊อยนี่ขายตัวเป็นเรื่องธรรมดาเลย คิดดูคุณสมบัติ ฟรีเซ็กซ์ การศึกษาน้อย จะมีใครเหมาะกะอาชีพขายบริการเท่าสก๊อย https://mgronline.com/entertainment/detail/9510000039484
 

ออฟไลน์ nosta

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,281
  • ถูกใจแล้ว: 408 ครั้ง
  • ความนิยม: +34/-33
วันนี้ ดูหนังไทยกะแม่

หญิงคนนึง(ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นนางเอกป่าว)

กำลังจะแต่งงา่นกับชายคนนึง แล้ว จู่ๆพี่สาว ของเจ้าบ่าวก้อมาโวยวายในงาน แฉว่า เจ้าสาวนั่นน่ะ เป็นเมียน้อยของสามีเธอมาก่อน ไม่นึกว่จะเปลี่ยนชื่อแล้วมาได้กับน้องชายเธอ
ฝ่ายเจ้าบ่วก็เหวอสิ ยังอึ้งๆงุนๆงุงๆอยู่

แล้ว เจ้าสาวก็เป็นลม เพื่อนเจ้าสาวพาออกไป แล้วก้อบลาๆๆๆๆ

พระเอกตัวจริง(เจมส์ จิ ) ก้อข้ามาปลอบ แล้วก้อ บลาๆๆๆ

ตอนจบ พระเอก(เจม จิ) ก้อได้กะยัยเจ้าสาวนี่

........มันโรแมนติกเหรอฟระ

ออกตัวก่อนนะ  ผมไมไ่ด้ตั้งแง่กับหญิงที่เป็นเมียน้อยคนอื่นหรือหญิงที่ไม่ซิงนะ แต่มันต้องมีจุดสมดุล


ชีวิตจริง คนอย่างเจมส์จิคือเหยื่อนะ เพราะคนเราไม่มีอะไรจะพิสูจน์ความดีความเลวได้เท่าพฤติกรรมในอดีตอีกแล้ว ถ้าอดีตมันมั่ว แล้วมาบอกจะเลิกนี่เชื่อยาก เหมือนอาชญากรมันมีโอกาสเลิกได้แต่โอกาสทำซ้ำก็เยอะ แทนที่จะ ไห้โอกาสโจร ไปไห้โอกาสคนดีๆดีกว่า ถ้าคบกันแล้ว ติดเอดส์ หรือต้องเลี้ยงกาเหว่าก็ไม่มีใครมาเดือดร้อนแทน


เคยคุยกะเพื่อนในเนต มันเล่าไห้ฟังว่า ตอนเรียนมันจะเนิร์ดๆ จีบสาวไม่ติด แต่พอเรียนจบไปทำงานมีรายได้ดี ปรากฏมีสก๊อย ที่มันเคยจีบมาจีบมัน สภาพแบบมีลูกพ่วงมาแล้ว ซึ่งแน่นอนมันไม่เอา คือพวกแบดเกิร์ลโดยธรรมชาติมันก็ต้องรักกับแบดบอยนั่นแหละ จะมาหาคนดีๆก็ต้อง ติดโรค หรือท้องโย้มาแล้ว จะมาสูบเงินไม่ได้รัก คือเคยอ่านเจอบทความของผู้หญิงที่เขียนด่าสามีว่า ที่คบกับสามีต้องทนทุกข์ทรมาณ อยู่กะคนที่ไม่ได้รัก แต่กลับรักชู้มาก คิดถึงชู้ทุกลมหายใจเข้าออก และก็มีผู้หญิงจำนวนมาก ออกมาไห้กำลังใจ พร้อมกับบ่นว่าเป็นเหมือนกันเลย ผมก็พิมพ์ด่าไปคือไม่ได้รักแล้วจะแต่งงานเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อเค้าทำไม  พวกแบดเกิร์ลจะประมานนี้ ดังนั้นเป็นคนดีอย่าไปยุ่งกะแบดเกิร์ล ถึงมันบอกกลับใจแล้วก็ไม่ได้กลับใจจริงๆ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,478
  • ถูกใจแล้ว: 585 ครั้ง
  • ความนิยม: +49/-49
[quote/]


ชีวิตจริง คนอย่างเจมส์จิคือเหยื่อนะ เพราะคนเราไม่มีอะไรจะพิสูจน์ความดีความเลวได้เท่าพฤติกรรมในอดีตอีกแล้ว ถ้าอดีตมันมั่ว แล้วมาบอกจะเลิกนี่เชื่อยาก เหมือนอาชญากรมันมีโอกาสเลิกได้แต่โอกาสทำซ้ำก็เยอะ แทนที่จะ ไห้โอกาสโจร ไปไห้โอกาสคนดีๆดีกว่า ถ้าคบกันแล้ว ติดเอดส์ หรือต้องเลี้ยงกาเหว่าก็ไม่มีใครมาเดือดร้อนแทน


เคยคุยกะเพื่อนในเนต มันเล่าไห้ฟังว่า ตอนเรียนมันจะเนิร์ดๆ จีบสาวไม่ติด แต่พอเรียนจบไปทำงานมีรายได้ดี ปรากฏมีสก๊อย ที่มันเคยจีบมาจีบมัน สภาพแบบมีลูกพ่วงมาแล้ว ซึ่งแน่นอนมันไม่เอา คือพวกแบดเกิร์ลโดยธรรมชาติมันก็ต้องรักกับแบดบอยนั่นแหละ จะมาหาคนดีๆก็ต้อง ติดโรค หรือท้องโย้มาแล้ว จะมาสูบเงินไม่ได้รัก คือเคยอ่านเจอบทความของผู้หญิงที่เขียนด่าสามีว่า ที่คบกับสามีต้องทนทุกข์ทรมาณ อยู่กะคนที่ไม่ได้รัก แต่กลับรักชู้มาก คิดถึงชู้ทุกลมหายใจเข้าออก และก็มีผู้หญิงจำนวนมาก ออกมาไห้กำลังใจ พร้อมกับบ่นว่าเป็นเหมือนกันเลย ผมก็พิมพ์ด่าไปคือไม่ได้รักแล้วจะแต่งงานเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อเค้าทำไม  พวกแบดเกิร์ลจะประมานนี้ ดังนั้นเป็นคนดีอย่าไปยุ่งกะแบดเกิร์ล ถึงมันบอกกลับใจแล้วก็ไม่ได้กลับใจจริงๆ
ผมอ่านบทความหนึ่งมาและคิดถึงบทเพลง"โปรดอย่าถามว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต"
และนึกว่านี่มันดกหกชัดๆ เพราะอดีตส่งผลถึงปัจจุบัน คนเราทิ้งอดีตไม่ได้หรอก
แต่ผู้หญิงที่ร้องเพลงนี้พยายามจะปกปิดความผิด..ไม่สิ เรื่องที่ไม่อยากให้คนปัจจุบันรู้ คงคิดว่าโรแมนติคดี แต่สุดทั้ายถ้าเกิดปัญหา คนปัจจุบันก็จะกลายเป็นอดีตที่เธอไม่พูดถึงอีกเช่นกัน
กลับมาที่เดิมครับ
ผมคิดว่านี่คือแนวคิดไททานิค
ที่โรสวิญญาณตอนห้วงสุดท้าย ไปหาแจ้คที่อยู่ในเรือไททานิค...โดยไม่ได้ไปหาสามีที่อยู่กินกันทมาหลายสิบปีและล(ุกหลานของเธอ ???

อาจจะดุเหมือนตลกร้าย
แต่ผมว่าผู้หญิงต้องการความมั่นคง จะอยู่กับผู้ชายหลายสิบปีก้ได้ แต่ความรักนั้นคนละเรื่อง
ซึ่งผู้ชายมองว่ามันแปลกๆในตอนจบ แต่ผู้หญิงชอบกันจนบัดนี้
[quote/]


อย่าดูถูกอาชีพอาบอบนวดนะครับ มันไม่ใช่แค่ว่า ง่สย ฟรีเซ็กส์ แล้วจะเป็นได้ เค้าก้อมีการคัด คนที่เข้าได้ อย่างน้อย ต้องสวย หุ่นดี ไม่ง้นก้อได้เป็นแค่เกรดล่างๆราคาไม่ถึง2000แหละ


ปล..ที่ยกมามันคือ ผีขนุนสนามหลวง เกรดไม่ถึงขั้นครับ

[quote/]

มันออกแนว กินปูกับเจ้าหญิงหิมะเลยแฮะ

นางเอกอยู่บ้าน ท่าทางซึมซังกะตาย แต่พอมาตะลอนกับชู้นี่ดูดี๊ด๊ามีความสุข

หากเอาเรื่องไปโพสในเน็ท หญิงๆ ก็คงเห็นใจเมือนกันแหละมั๊ง

ประมาณว่า สามี เป็นคนดีนะ เค้าใจดี สุภาพ เอาใจชั้น แต่เค้าบ้างาน  ทำงานตลอด ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน บลาๆๆ

แต่กับชู้ เค้าดูเป็นคนที่ บลาๆๆๆ (แต่ดูแล้ว คือ ต่างคนต่างขาดมาเจอกันก้เลยสปาร์ค แถมพระเอกเราถึงใจอีกตะหาก.... แหม หญิวร้ายชาย(โฉด..มั๊ง)  เลยทีเดียว)

แต่ในฐานะผู้ชาย ผมก้เห็นใจนางเอกนะ
ประเวรีเป็นส่วนสำคัยของการแต่งงาน หากมีอะไรกันก็ไม่รู้ทำไมไม่พูดกันตรงๆ
หรือคนที่ไม่ชอบยังไงก็ไม่ชอบล่ะนะ

เคยอ่านมาว่า ผู้หญิงพัมนาสมองส่วนคำศัพทืและการสื่อสารมากกว่าผู้ชายสามเท่าและเป็นสัตว์สังคมที่การสื่อสารละเอียดกว่าผู้ชาย

การทำสีหน้าเปลี่ยนไป ไม่ได้โต้เถียงก็ยังดดนผู้หญิงด่าว่า ไทำไมชักสีหน้า ไม่พอใจอะไร"
ผุ้ชายอาจจะคิดว่าไม่พูดด้วยก็ยังดดนด่า อะไรวะ


แต่ความจริงคือ การเปลี่ยนสีหน้าและท่าทางของผู้ชาย ไม่ต่างอะไรกับการพูดออกมาตรงๆกับผู้หญิง
ผู้ชายคิดว่าไม่พูดก็ถือว่าเราไม่พูด แต่ผู้หญิงจะมองออกเรื่องการลักษณะท่าทางที่แสดงออกมา
มันคือการสื่อสารด้วยภาษากาย
ที่ทำให้เราเห็นว่าผู้หญิงมีเรื่องให้ทะเลาะกันไม่สว่าเล็กน้อยแค่ไหนก็ด้วยสาเหตุนี้เช่นกัน น้ำเสียงต่างไปนิด หางตาเสยขึ้นหน่อย
ผู้ชายมองว่ามันไร้สาระ จะอะไรกันนักกันหนา  แต่สมองเราตั้งวงจรมาต่างกัน ทำให้ผู้หญิงใช้สมองไปในทางเช่นนี้
สรุปก็คือ ผู้หญิงน่าจะคิดว่าบอกผู้ชายอ้อมๆจนหมดแล้ว
แต่ผู้ชายก็คิดว่าไม่บอกตรงๆเท่ากับว่าไม่ได้พูด
ในเรื่องของการสื่อสาร เปรียบได้ผุ้ชายเป็นเพศที่พุดติดอ่างในขระที่ผู้หญิงพูดได้คล่องแคล่ว
ซึ่งผุ้ชายจะงงในภาษที่พวกเธอแสดงออกมาทำให้ไม่เข้าใจกัน
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,042
  • ถูกใจแล้ว: 6471 ครั้ง
  • ความนิยม: +178/-169
  • เพศ: ชาย
โรสในไททานิกเป็นผู้หญิงที่ใจง่ายมากๆเลยละครับเจอแจ็คไม่กี่วันก็ไปนอนกับเขาแล้ว   ก็อย่างที่ท่านว่าตายแล้วแทนืที่จะไปอยู่กับผัวเผือกไปอยู่กับชู้!  นี่คุณเธอไม่ผูกพันธ์กับสามีเลยรึไง?
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,478
  • ถูกใจแล้ว: 585 ครั้ง
  • ความนิยม: +49/-49
โรสในไททานิกเป็นผู้หญิงที่ใจง่ายมากๆเลยละครับเจอแจ็คไม่กี่วันก็ไปนอนกับเขาแล้ว   ก็อย่างที่ท่านว่าตายแล้วแทนืที่จะไปอยู่กับผัวเผือกไปอยู่กับชู้!  นี่คุณเธอไม่ผูกพันธ์กับสามีเลยรึไง?
มีฝรั่งวิเคราะห์ว่า คาร์ลคุ่หมั้นโรสนี่โคตรเทพ เอาหัวใจมหาสมุทรมาเป็นของหมั้นให้โรสได้
และโรสคุณเธอก็เอาสร้อยมหัวใจมหาสมุทรเก็บไว้ตั้งหลายปี ทั้งที่มันเป็นของหมั้นที่ควรจะคืนให้คาร์ลหากไม่ยอมหมั้นกับคาร์ลแล้ว
ซ้ำร้ายพอตนเองจะตายแล้วยังอุตสาหฤ์ทิ้งของที่ควรจะอยู่ในพิพิทธภัณฑ์ลงในทะเลอีก
ทิ้งของมีค่าควรเมืองลงทะเลเพื่อ?
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, nosta

ออฟไลน์ Sharona

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 107
  • ถูกใจแล้ว: 134 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
   มาแนะนำนิยายตัวร้ายต่างโลกที่ขำๆสนุกๆอีกเรื่องขอรับ  คราวนี้แหวกแนวหน่อยตรงที่เป็นการดำเนิน
เรื่องโดยใช้มุมมองเจ้าชาย  ที่คอยพยายามเลี่ยงธงให้นางเอก  แต่.....  แต่นางเอกกลับพยายามให้ธง
มันตรงตามเกมส์ที่เล่น  ฮา  เชิญเสพย์ขอรับ  ^^

   บันทึกสังเกตการณ์คุณคู่หมั้นผู้ประกาศตัวเป็นนางร้าย  https://www.nekopost.net/manga/6037
jishou akuyaku reijou na konyakusha no kansatsu kiroku
https://mangarock.com/manga/mrs-serie-100228471
ยังไงๆก็อยากให้คีอานูโกนหนวด
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,478
  • ถูกใจแล้ว: 585 ครั้ง
  • ความนิยม: +49/-49
   มาแนะนำนิยายตัวร้ายต่างโลกที่ขำๆสนุกๆอีกเรื่องขอรับ  คราวนี้แหวกแนวหน่อยตรงที่เป็นการดำเนิน
เรื่องโดยใช้มุมมองเจ้าชาย  ที่คอยพยายามเลี่ยงธงให้นางเอก  แต่.....  แต่นางเอกกลับพยายามให้ธง
มันตรงตามเกมส์ที่เล่น  ฮา  เชิญเสพย์ขอรับ  ^^

   บันทึกสังเกตการณ์คุณคู่หมั้นผู้ประกาศตัวเป็นนางร้าย  https://www.nekopost.net/manga/6037
jishou akuyaku reijou na konyakusha no kansatsu kiroku
https://mangarock.com/manga/mrs-serie-100228471


ฮา ขอบคุณครับ




ผมจำเรื่องนี้ได้ นางเอกบ้าบอ เจ้าชายก็เก่งเทพอีกแล้ว




และจบแบบแฮปปี้ ท้องมีลูกด้วยมั้ง  ...ก็เรียกว่าตามสูตรสำเร็จล่ะครับ




ว่าไปแล้ว นางเอกของเกมส์ มีความสามารถล้างสมองสุดยอดแท้ๆ ดันใช้ไม่เป็นเสียได้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ netoris

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 53
  • ถูกใจแล้ว: 5 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-16
อยากรู้แนวคิดหญิง ใน เรื่อง แบบว่า นางเอกมีสามีแสนดี แต่ทุ่มเทกับงานเกินไป จนละเลยหลายเรื่อง

วันนึง เธฮมาเจอหนุ่มมืดมน และในที่สุด เขาและเธอ ก้อเติมเต็มซึ่งกันและกันแฮะ
ว่าพวกเธอ จะรู้สึกกับเรื่องแนวนี้อย่างไร
 

ออนไลน์ warakornboy

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 57
  • ถูกใจแล้ว: 19 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-1
Romantic +sex นี่ถ้าจะเล่าต้องหลายมุมเลยละครับกว่าจะได้ใจความ เริ่มด้วย


Nature ‘เขามาจากที่ใด? เรามาจากที่ใด?’ หรือว่า ‘คนละดาวเดียวกัน?’ เคยได้ยินหรือเปล่าครับ?
1.การปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ก่อนกำเนิดสังคมนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับ Animal ที่สืบพันธุ์โดยอาศัยเพศ  ถ้าเป็นพวกสืบพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศนั้นตรรกะและมุมมองน่าจะต่างกันเยอะ


2.male & female; นั้นตั้งแต่สมัยไม่เป็นสังคม - ปัจจุบัน แทบจะพูดได้ว่าความคิดไม่ต่างกันเลย  หากแต่เป็นอวัยวะเพศเท่านั้นเอง  การศึกษาตนเองจะทำให้เกิด ideal - กระตุ้นความอยากเรียนรู้ได้ครับ


Civilization(อารยธรรม)


Selective breeders; เมื่อกำเนิดสังคมขึ้นมาแล้ว  คนบางกลุ่มมันไม่ใช่ ‘กิจประจำวัน’ หรือ  ‘หน้าที่สำคัญ’ อีกแล้วที่จะมานอนหรือคุกเข่ามีเพศสัมพันธ์กัน  แล้วต้องมารออีกตั้งเกือบปีกว่าจะคลอด - 6 ปีแห่งการเลี้ยงตัวอ่อนให้พึ่งพาตัวเองได้  เพราะทุกวันนี้รอกันแค่ 10 -20 ปี มันก็เพิ่มจำนวนประชากรอีก


ชาย - หญิงจำนวนนับไม่ถ้วนที่กลายเป็น Merchant, Politician(นักการเมือง) - Philosopher ด้วยสัญชาตญาณความรับผิดชอบต่อสังคม  และความต้องการที่จะดับกระหายต่อความอยากรู้ที่ทำให้ตาลุกวาวและใสเหมือนน้ำปริ่มสระ แต่ก็ไม่เชิงว่าพวกเค้าจะไม่ออกไปหาคู่กัน  เว้นแต่มีซัก 1-2 คนให้เลือกวิถีชีวิตตัวเองและยังคงเก็บความรู้ของพวกเค้าเองไว้ด้วยเมื่อไม่อยู่อีกแล้ว  การอ่านออก - เขียนมีบทบาทสำคัญมากๆ


เหมือนสังคมด้านล่างที่ไม่มีความสนใจเท่าจะฟ้องกัน  ปรากฏการณ์คู่แต่งงานจำนวนมากเป็นชนชั้นแรงงานอุตสาหกรรม - เกษตรกร ผู้ชายจะล่ำแข็งแรงสมบูรณ์ดี + อารมณ์ทางเพศสูงเพราะน่าจะไม่ค่อยสำเร็จความใคร่ตัวเอง,  ผู้หญิงถ้าไม่ใช่เสน่ห์แรงจัด  ลีลาเยอะก็ Oppai ไปเลย  น่าเศร้าอยู่บ้างที่อัตรา Death rate ในคนกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง  ถ้ามองกันในแง่สังคมแล้วพวกเค้าก็เป็นทรัพยากรมนุษย์พื้นฐานที่ต้องมีไว้เพื่อรอพัฒนามาแทนที่ในอัตราความสำเร็จนั้นต่ำนั่นเอง


After The Great War (ww1) - Cold war


1.ความสำเร็จอย่างยิ่งจากการมาถึงของหนังสือสู่; Internet มันเป็น Fact (ข้อเท็จ-จริง)ที่ยากจะปฏิเสธว่าคนตายไปแล้วอาจเกิดใหม่โดยสูญเสียความทรงจำเก่าไปจนหมด  ระลึกชาติก็ยังจำได้ลางๆและไม่มีหลักฐานบันทึกทางประวัติศาสตร์เป็นวัตถุดิบเพื่อ Continue game ให้เร็วขึ้น


เหตุนั้นระบบการศึกษาที่จึงเกิดการวิวัฒนาการในตัวเองอย่างก้าวกระโดดชนิดที่ว่ารัฐฯควบคุมได้แค่ภายนอก  แต่ ‘รู้เท่าไม่ถึงสิ่งที่คาดเดาไม่ได้จากภายใน’  เพื่อทำให้ประชากร Upgrade ให้สามารถทำงานให้ตัวเอง - ระบบสำนักงานเอกชน - Bureaucracy ได้อย่างแน่นอนด้วยอัตราการครองชีพที่มั่นคง


2.Chase the Dead’s past Legacy to Modern & Future; ยุคของเรานั้นพูดได้ว่าแค่หางานได้อาจจะไม่เพียงพอที่ตอบสนองความสุข  การตัดสินใจของตัวเองเพื่อสังคมที่รักนั้นมันเพิ่มขึ้นและต้องการคำตอบมากขึ้น  หลายคนพยายามที่เรียนรู้จากอดีตสู่อนาคตแบบขั้นบันได แต่ Puzzle ที่โบราณเหล่านั้นไม่ใช่อะไรที่จะแก้ง่ายๆ  ถ้าหากนับรวม Mythology เข้าไปด้วย


Breeders supply requirement; ขณะนี้สังคมแทบจะแบ่งไปได้เป็นประเภทง่ายๆดังนี้


1.Manipulative playboy; ฉลาดแต่อาจไม่เฉลียว + ร่างกายเกือบจะไม่แข็งแรง  หาได้ทั่วไปจากสังคม
2.Bad boy; สติปัญญาพบมากเป็นระดับพื้นฐาน + อารมณ์ทางเพศต่ำ + ไม่สนใจความเป็นไปของสังคมนัก
3.Normie; มนุษธรรมดา + สติปัญญาระดับพื้นฐาน - ค่อนข้างสูง + Balanced body build และอารมณ์ทางเพศปานกลาง
4.Smart - Nerdy class; สติปัญญาขั้นต่ำค่อนข้างสูง - Superior intelligent + Balanced - very poor body build + isolated - education+ intelligent hunger
5.The Evolution thing; สติปัญญาขั้นต่ำค่อนข้างสูงเกือบ Superior intelligent - Genius + Balanced - very well & perfect build body + Low - high libido  เนื่องจากเป็นการสุ่ม


เคยตั้งสมมุติฐานมั่วๆไปตาม Manga สายวิทย์จ๋า - Terra formarsว่า ร่างกานเพศหญิงมีวิวัฒนาการอย่างเหลือเชื่อสามารถรับได้กระทั่ง Gene สติปัญญาเลยทีเดียว  การสุ่มจากบรรดาเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีเลยเป็น Gachapon ที่ยากนิดนึง  แต่ถ้าวัยเดียวกันประชากรประเภทที่ 4-5 จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ต่อให้


ต้องมาสร้างเองจากการสุ่มยีนซ้ำๆ  พวกเธอก็ทำครับด้วยอิทธิพลจากได้รับการศึกษาสูงนั้นก็ไม่แน่ Sexual desire ก็เลยเหมือนวิชาประจำตัวที่ต้องมีกัน  ในLogic ของมนุษย์ male = donor, female = receiver  แต่ถ้าชายคนนั้นมีลูกก็มีแนวโน้มเป็นพ่อที่รักลูกมากกว่าภรรยาได้เหมือนกัน



 

ออฟไลน์ Overmars

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,905
  • ถูกใจแล้ว: 1336 ครั้ง
  • ความนิยม: +157/-155
Bad boy ของฝรั่งกับของชาติอื่นๆมันแค่ไม่ชอบทำตามชาวบ้านครับ  แต่พอหมดช่วงวัยรุ่นมันก็ทำงานทำการนะเออ  ส่วนของไทยไม่ได้ดูถูกนะ ผู้ชายขายยา ผู้หญิงไม่ขายยาก็ขายตัว 8) 
ผมเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแก๊งค์ซิ่งมันเก็บเงินด้วยการทำงานพิเศษเพื่อให้มีเงินมาแต่งรถ ขนาดกุ๊ยนะนั่นส่วนเด็กแว๊นเมืองไทย ขอเงินพ่อแม่ ขายยา ขายตัว ฮ่วย!
อังกฤษมีคำว่า "scum" ที่ใช้เรียกคนแบบนี้ครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,478
  • ถูกใจแล้ว: 585 ครั้ง
  • ความนิยม: +49/-49
อยากรู้แนวคิดหญิง ใน เรื่อง แบบว่า นางเอกมีสามีแสนดี แต่ทุ่มเทกับงานเกินไป จนละเลยหลายเรื่อง

วันนึง เธฮมาเจอหนุ่มมืดมน และในที่สุด เขาและเธอ ก้อเติมเต็มซึ่งกันและกันแฮะ
ว่าพวกเธอ จะรู้สึกกับเรื่องแนวนี้อย่างไร


ยังติดใจเรื่องกินปูอีกหรือครับ ฮา




ไปแต่งเรื่องน้องขิงต่อดีกว่าครับ ผมรอมาเป็นสิบปีล่ะ


Romantic +sex นี่ถ้าจะเล่าต้องหลายมุมเลยละครับกว่าจะได้ใจความ เริ่มด้วย


Nature ‘เขามาจากที่ใด? เรามาจากที่ใด?’ หรือว่า ‘คนละดาวเดียวกัน?’ เคยได้ยินหรือเปล่าครับ?
1.การปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ก่อนกำเนิดสังคมนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับ Animal ที่สืบพันธุ์โดยอาศัยเพศ  ถ้าเป็นพวกสืบพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศนั้นตรรกะและมุมมองน่าจะต่างกันเยอะ


2.male & female; นั้นตั้งแต่สมัยไม่เป็นสังคม - ปัจจุบัน แทบจะพูดได้ว่าความคิดไม่ต่างกันเลย  หากแต่เป็นอวัยวะเพศเท่านั้นเอง  การศึกษาตนเองจะทำให้เกิด ideal - กระตุ้นความอยากเรียนรู้ได้ครับ


Civilization(อารยธรรม)


Selective breeders; เมื่อกำเนิดสังคมขึ้นมาแล้ว  คนบางกลุ่มมันไม่ใช่ ‘กิจประจำวัน’ หรือ  ‘หน้าที่สำคัญ’ อีกแล้วที่จะมานอนหรือคุกเข่ามีเพศสัมพันธ์กัน  แล้วต้องมารออีกตั้งเกือบปีกว่าจะคลอด - 6 ปีแห่งการเลี้ยงตัวอ่อนให้พึ่งพาตัวเองได้  เพราะทุกวันนี้รอกันแค่ 10 -20 ปี มันก็เพิ่มจำนวนประชากรอีก


ชาย - หญิงจำนวนนับไม่ถ้วนที่กลายเป็น Merchant, Politician(นักการเมือง) - Philosopher ด้วยสัญชาตญาณความรับผิดชอบต่อสังคม  และความต้องการที่จะดับกระหายต่อความอยากรู้ที่ทำให้ตาลุกวาวและใสเหมือนน้ำปริ่มสระ แต่ก็ไม่เชิงว่าพวกเค้าจะไม่ออกไปหาคู่กัน  เว้นแต่มีซัก 1-2 คนให้เลือกวิถีชีวิตตัวเองและยังคงเก็บความรู้ของพวกเค้าเองไว้ด้วยเมื่อไม่อยู่อีกแล้ว  การอ่านออก - เขียนมีบทบาทสำคัญมากๆ


เหมือนสังคมด้านล่างที่ไม่มีความสนใจเท่าจะฟ้องกัน  ปรากฏการณ์คู่แต่งงานจำนวนมากเป็นชนชั้นแรงงานอุตสาหกรรม - เกษตรกร ผู้ชายจะล่ำแข็งแรงสมบูรณ์ดี + อารมณ์ทางเพศสูงเพราะน่าจะไม่ค่อยสำเร็จความใคร่ตัวเอง,  ผู้หญิงถ้าไม่ใช่เสน่ห์แรงจัด  ลีลาเยอะก็ Oppai ไปเลย  น่าเศร้าอยู่บ้างที่อัตรา Death rate ในคนกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง  ถ้ามองกันในแง่สังคมแล้วพวกเค้าก็เป็นทรัพยากรมนุษย์พื้นฐานที่ต้องมีไว้เพื่อรอพัฒนามาแทนที่ในอัตราความสำเร็จนั้นต่ำนั่นเอง


After The Great War (ww1) - Cold war


1.ความสำเร็จอย่างยิ่งจากการมาถึงของหนังสือสู่; Internet มันเป็น Fact (ข้อเท็จ-จริง)ที่ยากจะปฏิเสธว่าคนตายไปแล้วอาจเกิดใหม่โดยสูญเสียความทรงจำเก่าไปจนหมด  ระลึกชาติก็ยังจำได้ลางๆและไม่มีหลักฐานบันทึกทางประวัติศาสตร์เป็นวัตถุดิบเพื่อ Continue game ให้เร็วขึ้น


เหตุนั้นระบบการศึกษาที่จึงเกิดการวิวัฒนาการในตัวเองอย่างก้าวกระโดดชนิดที่ว่ารัฐฯควบคุมได้แค่ภายนอก  แต่ ‘รู้เท่าไม่ถึงสิ่งที่คาดเดาไม่ได้จากภายใน’  เพื่อทำให้ประชากร Upgrade ให้สามารถทำงานให้ตัวเอง - ระบบสำนักงานเอกชน - Bureaucracy ได้อย่างแน่นอนด้วยอัตราการครองชีพที่มั่นคง


2.Chase the Dead’s past Legacy to Modern & Future; ยุคของเรานั้นพูดได้ว่าแค่หางานได้อาจจะไม่เพียงพอที่ตอบสนองความสุข  การตัดสินใจของตัวเองเพื่อสังคมที่รักนั้นมันเพิ่มขึ้นและต้องการคำตอบมากขึ้น  หลายคนพยายามที่เรียนรู้จากอดีตสู่อนาคตแบบขั้นบันได แต่ Puzzle ที่โบราณเหล่านั้นไม่ใช่อะไรที่จะแก้ง่ายๆ  ถ้าหากนับรวม Mythology เข้าไปด้วย


Breeders supply requirement; ขณะนี้สังคมแทบจะแบ่งไปได้เป็นประเภทง่ายๆดังนี้


1.Manipulative playboy; ฉลาดแต่อาจไม่เฉลียว + ร่างกายเกือบจะไม่แข็งแรง  หาได้ทั่วไปจากสังคม
2.Bad boy; สติปัญญาพบมากเป็นระดับพื้นฐาน + อารมณ์ทางเพศต่ำ + ไม่สนใจความเป็นไปของสังคมนัก
3.Normie; มนุษธรรมดา + สติปัญญาระดับพื้นฐาน - ค่อนข้างสูง + Balanced body build และอารมณ์ทางเพศปานกลาง
4.Smart - Nerdy class; สติปัญญาขั้นต่ำค่อนข้างสูง - Superior intelligent + Balanced - very poor body build + isolated - education+ intelligent hunger
5.The Evolution thing; สติปัญญาขั้นต่ำค่อนข้างสูงเกือบ Superior intelligent - Genius + Balanced - very well & perfect build body + Low - high libido  เนื่องจากเป็นการสุ่ม


เคยตั้งสมมุติฐานมั่วๆไปตาม Manga สายวิทย์จ๋า - Terra formarsว่า ร่างกานเพศหญิงมีวิวัฒนาการอย่างเหลือเชื่อสามารถรับได้กระทั่ง Gene สติปัญญาเลยทีเดียว  การสุ่มจากบรรดาเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีเลยเป็น Gachapon ที่ยากนิดนึง  แต่ถ้าวัยเดียวกันประชากรประเภทที่ 4-5 จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ต่อให้


ต้องมาสร้างเองจากการสุ่มยีนซ้ำๆ  พวกเธอก็ทำครับด้วยอิทธิพลจากได้รับการศึกษาสูงนั้นก็ไม่แน่ Sexual desire ก็เลยเหมือนวิชาประจำตัวที่ต้องมีกัน  ในLogic ของมนุษย์ male = donor, female = receiver  แต่ถ้าชายคนนั้นมีลูกก็มีแนวโน้มเป็นพ่อที่รักลูกมากกว่าภรรยาได้เหมือนกัน








ผมเจอคนเล่นมุกนี้ครับในการอธิบาย




กรุกมนุษย์ยุคหินมีภริยาอุนก้า โตสุดบุกเข้ามาเอาหินทุบหัวกรุก กรุกเสียชีวิต โตสุดข่มขืนอุนก้า อุนก้าต่อสู้ขัดขืน


โตสุดฆ่าอุนก้า


..มนุษย์ปัจจุบันไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากอุนก้าที่ซื่อสัตย์




อ่าจเจอเรื่องทรัพย์ในดิน




แนวคิดคนเก่าแก่ มีประมาณว่า ต้องมีลูกมากๆ เพราะต้องเหลือที่รอดชีวิตมาบ้าง


อัตราการตายเยอะในสมัยก่อน




ผมเคยมองว่าน่าสนใจ  war on sex ที่แต่ละฝ่ายต้องใช้กลยุทธต่างๆเพื่อเอาชนะในสงครามความรัก
แบบในเรื่องสงครามรักคางุยะ


ที่มีมุกส่าผู้ชาย เอาสร้อยรูปหัวใจให้แฟน ผู้ชายมองว่าดี ผู้หญิงบ่นว่าเชย...




นั่นคือจุดสำคัญล่ะครับเรื่อง war สงครามความรัก




เพราะผู้ชายไม่เข้าใจเลยว่ามันมีสงครามอยู่


ว่ามันอะไรกันนักกันหนา?  แต่ผู้หญิงเป็นสัตว์สังคม และเชี่ยวชาญด้านภาษา ทำให้ผู้ชายดูเหมือนคนโง่เขลาในสายตาของพวกคุณเธอที่มอง ภาษาหรือสัญลักษณ์ต่างๆไม่ออก




นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ผมไม่ชอบ คำพูดโกวเล้งหรือแนวเพจพ่อบ้านใจกล้า


ที่ชอบพูดประมาณว่า "ใครบอกว่าเข้าใจในอิสตรี มันผู้นั้นคือตัวโง่งมที่สุดในแผ่นดิน"


มันคือการตัดปัญหา ไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจในภาพรวม


มนุษย์ก็คือมนุษย์ มันไม่มีมนต์ขลัง ความเร้นลับของผู้หญิงอย่างที่ชอบพูดกัน
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก