แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด  (อ่าน 552 ครั้ง)

ออนไลน์ mangamancer

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 494
  • ถูกใจแล้ว: 84 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-27
  • เพศ: ชาย
ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 03:29:41 PM »
อันนี้สถิติอัตราการมีบุตรต่อจำนวนผู้หญิง 1 คน ของประเทศต่างๆ 200 ประเทศในปีนี้ครับ
http://worldpopulationreview.com/countries/total-fertility-rate/
(ค่านี้นับเทียบกับเฉพาะผู้หญิง ดังนั้นถ้าดูหยาบๆก็คือ ถ้ามีค่าต่ำกว่า 2 แปลว่าจำนวนประชากรมีแนวโน้มลดลง)

พูดถึงปัญหาอัตราการเกิดลด(Birthrate Decline) หลายคนจะนึกถึงประเทศญี่ปุ่นมาก่อนเลย ได้ยินพูดถึงกันบ่อย
แต่จากสถิติปรากฏว่า แม้แต่ไทยเราก็ยังมีอัตราการเกิดต่ำกว่าญี่ปุ่นอีก
ญี่ปุ่นอยู่อันดับที่ 179 อัตราการเกิดต่อหญิง 1 คนคือ 1.478
ไทยอยู่อันดับที่ 184 อัตราการเกิดต่อหญิง 1 คนคือ 1.458

เฉพาะในเอเชียเองก็มีหลายประเทศที่อัตราการเกิดต่ำกว่าญี่ปุ่น เช่น เกาหลี สิงคโปร์ ใต้หวัน
แล้วการที่อัตราการเกิดของไทยเราต่ำแบบนี้มันจะมีผลต่อไทยเรายังไงบ้างครับ โดยเฉพาะในทางเศรษฐกิจ
เข้าใจว่าผลกระทบอันหนึ่งคือมันจะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำไปด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 24, 2018, 03:38:04 PM โดย mangamancer »
 

ออฟไลน์ blakaros

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,094
  • ถูกใจแล้ว: 1134 ครั้ง
  • ความนิยม: +88/-65
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 03:36:13 PM »
สังคมผู้สูงอายุไงครับ   มันมาแล้ว
 

ออฟไลน์ Panzerelite

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,417
  • ถูกใจแล้ว: 1180 ครั้ง
  • ความนิยม: +131/-733
  • เพศ: ชาย
  • ขอเทพแมวจงสถิตอยู่กับท่าน
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 03:44:55 PM »
แล้วปัญหากว่าคือที่เกิดๆกันคือประชากรไร้คุณภาพกันเป็นส่วนใหญ่แว้นสก้อยงี้ พวกที่มีปัญญาสามรถเลี้ยงดูบุตรได้จริงเกิดน้อยมากๆๆ แทนที่จะได้บุคลากรดีๆมาดูแลประเทศได้พวกขยะมาเพิ่มแทนอีก
 

ออฟไลน์ cybermarionet

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,941
  • ถูกใจแล้ว: 481 ครั้ง
  • ความนิยม: +37/-23
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 03:56:58 PM »
ขาดแรงงาน ภาษีเก็บได้น้อยลงเรื่อยๆเพราะมีคนทำงานน้อยลง เศรษฐกิจชะลอตัวเพราะ ภาษีเเพงคนใช้จ่ายน้อยลง
โรงเรียน วิทยาลัย มหาลัยมีน้อยลง อาชีพครูเสี่ยงถูกเลิกจ้าง ปัญหาแรงงานต่างด้าวจะมากขึ้นเพราะต้องนำเข้าเเรงงานมากกว่าเดิม
 

ออนไลน์ mangamancer

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 494
  • ถูกใจแล้ว: 84 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-27
  • เพศ: ชาย
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 04:07:38 PM »
ู^สินค้าก็จะขายได้น้อยลงด้วยสินะครับ เพราะคนซื้อน้อยลง
 

ออฟไลน์ weapon

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY1
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 581
  • ถูกใจแล้ว: 261 ครั้ง
  • ความนิยม: +25/-5
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 04:16:19 PM »
https://www.youtube.com/watch?v=BBvIweCIgwk
เป็นอย่างนี้มั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 24, 2018, 04:23:13 PM โดย weapon »
 

ออฟไลน์ panuponk

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,147
  • ถูกใจแล้ว: 141 ครั้ง
  • ความนิยม: +19/-22
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 04:18:09 PM »
กำลังคิดว่าประชากรลดลง(บุตรแ่หงมนุษยชาติ)กับประชากรล้น(อาหารเทียม) อันไหนแย่กว่ากันเนี่ย
 

ออฟไลน์ justice

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 336
  • ถูกใจแล้ว: 57 ครั้ง
  • ความนิยม: +8/-16
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 04:58:37 PM »
จำนวนประชากรญี่ปุ่นเยอะกว่าไทย ถ้าเทียบรวมจำนวนประชากรไปด้วย จีน อินเดียวน่าจะลดลงน่ากลัวที่สุด
 

ออฟไลน์ seikafujina

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,125
  • ถูกใจแล้ว: 1139 ครั้ง
  • ความนิยม: +104/-937
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 05:04:05 PM »
การมีหชายเมียจะทำให้ประชากรมีคุณภาพมากขึ้น เรื่องนี้ผ่านการถก จนได้รับการยอมรับในบอร์ดนายท่านแล้ว
 

ออนไลน์ Overmars

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,729
  • ถูกใจแล้ว: 1226 ครั้ง
  • ความนิยม: +144/-145
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 05:08:13 PM »
จำนวนประชากรมนุษย์​ลดจะเป็นผลดีกับโลกมากๆ ครับ

แค่ทุกวันนี้มนุษย์ก็บริโภคทรัพยากรไปไม่รู้เท่าไร

ไอ้​คนที่บอกว่าแย่ เพราะมองแต่แง่มุมทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

แล้วเศรษฐกิจของมนุษย์มีพื้นฐานตั้งอยู่บนการกระตุ้น​การบริโภคซะด้วย ยิ่งเศรษฐกิจดีเท่าไร ยิ่งบริโภคทรัพยากรมากเท่านั้น​

ผมคิดเสมอนะว่าการที่มนุษย์​เราออกกฏหมายให้มีการล่าสัตว์บางชนิดเวลามันมีมากเกินไปได้ เรามีสิทธ์อะไรไปกำหนดว่ามันควรมีเท่านั้นเท่านี้

กลับกันทีมนุษย์ล้นโลก ไม่มีใครยักพูดขึ้นมาว่าควรลดจำนวนมนุษย์ลงบ้างเลย
แม้แต่ในหนังก็ชอบยกตัวละครที่มีความคิดแบบนี้เป็นตัวร้ายด้วย ทั้งที่เจตนาดีถือประโยชน์ของทั้งโลกเป็นหลัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 24, 2018, 05:35:41 PM โดย Overmars »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Stnat, panuponk

ออฟไลน์ catlover

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 234
  • ถูกใจแล้ว: 18 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-3
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 05:25:47 PM »
ในความคิดของผมการที่ประชากรลดลงนี้ก็ดีต่อโลกเหมือนกันนะครับ ให้อารมณ์เหมือนตัวทำลายล้างกำลังจะลดลงไป สิ่งแวดล้อมอาจจะได้พัก แต่ในทางเศรษฐกิจแล้วอาจจะไม่ลงผลกระทบซักไหร่ เนื่องจากเดียวนี้ค่อนข้างมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเยอะคงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนทำงาน แต่ในระยะยาวแล้วปัญหานี้คือปัญหาร้ายแรงเลยละครับ :D
 

ออนไลน์ mangamancer

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 494
  • ถูกใจแล้ว: 84 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-27
  • เพศ: ชาย
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 05:26:36 PM »
พูดถึงอีกด้านคือปัญหาคนล้นโลก ประเทศอันดับต้นๆนี่น่ากลัวจริงๆนะ
เฉลี่ยแล้วผู้หญิงคนนึงจะมีลูกเจ็ดคนกว่าๆ แปลว่าคนที่มีมากต้องมีเป็นสิบกว่าคนเลยสิ ทำไปได้ยังไง :o
 

ออฟไลน์ nana

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 332
  • ถูกใจแล้ว: 83 ครั้ง
  • ความนิยม: +9/-11
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 06:07:21 PM »
ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากสมัยนี้หนุ่มๆกินกันเอง ???
ถ้าว่ากันตามความเชื่อนี่ก็คือวัฎจักร ปลาใหญ่กินปลาเล็ก บีบให้ปลาเล็กต้องหนีอยู่ในวงจำกัด สุดท้ายปลาใหญ่ก็จะเริ่มอดตาย
 

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 8,038
  • ถูกใจแล้ว: 2009 ครั้ง
  • ความนิยม: +148/-130
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 06:08:14 PM »
ดีแล้วละมะเร็งของโลกลดลงไปบ้างโลกจะได้อาการดีขึ้นมาบ้างไง
 

ออฟไลน์ Panzerelite

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,417
  • ถูกใจแล้ว: 1180 ครั้ง
  • ความนิยม: +131/-733
  • เพศ: ชาย
  • ขอเทพแมวจงสถิตอยู่กับท่าน
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 06:20:58 PM »
เอาจริงๆนะในมุมของพ่อแม่ อยากให้ลูกเกิดมาในโลกจังไรแบบนี้หรอ ต้องแข่งกันเรียนแข่งกันทำงาน แล้วถามว่าใครได้ประโยชย์มันก็มีนายทุนไม่กี่เจ้าที่ต้องการแรงงานป้อนบริษัทหละ เลี้ยงลูกคนหนึ่งต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อเรียนจบมาได้เงินเดือน15000 แถมอนาคตไม่แน่อาจไม่ต้องการแรงงานเลยด้วยซ้ำ พูดง่ายๆคือตกงาน100%แล้วทำไง
 

ออฟไลน์ NiceguyCC

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 77
  • ถูกใจแล้ว: 51 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-21
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2018, 06:38:38 PM »
เศรฐกิจชะลอตัวแน่นอน เนื่องจากเด็กคนหนุ่มสาวลดลง ผู้สูงอายุก็ไม่ค่อยใช้เงิน

รัฐก็เก็บภาษีได้น้อยลง หมายความว่าในยุคใหม่คนวัยหนุ่มสาว 2 ต้องทำงานเลี้ยงคนแก่(ภาษีเพื่อใช้ในสวัสดิการ) 4-8 คนเลยทีเดียว
แล้วคนชั้นกลางก็จะคิดอีกว่าจะมีลูกไปทำไมในเมื่อมีภาระทั้งบนและล่าง ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด
่ต่อไปก็จะแบ่งเป็นสั้งคมบนกับล่างโดยสมบูรณ์แทบทุกประเทศ การก้าวข้ามชนชั้นแบบเมื่อก่อนคงเป็นไปได้ยากแล้ว ยกเว้นพรสวรค์สูงเช่น นักกีฬา ดารา ศิลปิน

 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: krpp, bakabaka

ออฟไลน์ richter

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 988
  • ถูกใจแล้ว: 659 ครั้ง
  • ความนิยม: +30/-11
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2018, 04:56:00 PM »
ส่วนหนึ่งคนเจนหลังๆ นี่ไม่ค่อยมีค่านิยมในการสร้างครอบครัวด้วยเนื่องจากสภาพรายได้ที่เหลือเก็บไม่มาก
ครอบครัว = รายจ่ายทวีคูณ
จากอยู่คนเดียว กินคนเดียว ห้องเล็กๆ บ้านเล็กๆ ก็ต้องขยับขยายเผื่อเมียเผื่อลูกเผลอๆ เผื่อหลานซึ่งก็เผาเงินเก็บเป็นแสนเป็นล้านแล้ว
ลูกนี่ต้องใช้ทั้งเงินและเวลาในการเลี้ยงดู ไม่ว่าจะค่าอาหารเสื้อผ้าขนมยารักษาอุปกรณ์เด็กเล็กเด็กโตค่าเล่าเรียนแปะเจี๊ยกิจกรรมตลอดไปจนของเล่นและยานพาหนะ แบบว่าไม่พร้อมจริงเอาไม่อยู่ต้องลำบากพ่อแม่ปู่ย่าตายายอีก

อเมริกาที่มีค่านิยมออกบ้านกันเดียวนี้ก็ออกกันไม่ค่อยไหวเยอะเพราะค่าบ้านแพงจัด ค่าครองชีพสูง จนคนที่ไม่ไหวก็อยู่บ้านพ่อบ้านแม่ ที่พอไหวก็เช่าห้องอยู่กัน มีที่ซื้อบ้านกันไม่มากเหมือนสมัยก่อน
เรื่องนี้ระบบการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วยเหมือนกัน แม้แต่ประเทศอย่างแคนนาดาเองก็ประสบปัญหาเด็กจบมาแล้วหางานไม่ได้ ไม่เหมือนกับที่มหาลัยคุยเอาไว้ หนี้ท่วมหัวกองอยู่ห้องใต้ถุนบ้านกันก็มี ตลอดจนคณะศาสตร์มากมายของมหาลัยที่ชวนสงสัยว่ามีตลาดแรงงานรองรับหลังจบด้วยเหรอหรือศาสตร์นั้นๆ จะเอาไปใช้ในเชิงธุรกิจอย่างไร

@weapon : ดูจากผลสำรวจและประเทศแล้วผมว่าก็น่าจะมีส่วนบ้างล่ะครับ

@NiceguyCC : เพิ่มอีกนิด คนหนุ่มสาวทำงานที่มีรายได้เข้าเกณฑ์เสียภาษี ในอเมริกานี่ต้องแถมแบกคนที่ไม่ทำงานด้วย(ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดนี้ยกเลิกอะไรพวกนี้ไปเท่าไหร) ของแคนนาดากับอียูไม่แน่ใจว่าต้องแบกช่วยอะไรบ้าง

ออฟไลน์ arjpon

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 28
  • ถูกใจแล้ว: 1 ครั้ง
  • ความนิยม: +1/-0
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2018, 09:42:19 PM »
มันควรจะลดมานานแล้ว การที่คนเราฉลาดขึ้นมีความรู้ขึ้น มันทำให้เรารู้ว่ามีลูกมันลำบากนะ มีรายจ่ายเยอะนะมากนะ สังเกตจากพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามาอย่างยากลำบาก ทำให้เรารู้ว่ามีลูกมันไม่ง่ายเลยนะ และเราไม่อยากลำบากเลยไม่มี ต่อให้มีเราต้องพร้อมและครบทุกอย่างจริงๆ ส่วนไอ้พวกเด็กแว้นสังคมตลาดล่างมันเคยคิดห่าอะไรอยู่แล้ว ในหัวคงมีแต่ลูกโป่งอัดแก๊ส
 

ออฟไลน์ Panzerelite

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,417
  • ถูกใจแล้ว: 1180 ครั้ง
  • ความนิยม: +131/-733
  • เพศ: ชาย
  • ขอเทพแมวจงสถิตอยู่กับท่าน
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2018, 08:36:02 AM »
ส่วนหนึ่งคนเจนหลังๆ นี่ไม่ค่อยมีค่านิยมในการสร้างครอบครัวด้วยเนื่องจากสภาพรายได้ที่เหลือเก็บไม่มาก
ครอบครัว = รายจ่ายทวีคูณ
จากอยู่คนเดียว กินคนเดียว ห้องเล็กๆ บ้านเล็กๆ ก็ต้องขยับขยายเผื่อเมียเผื่อลูกเผลอๆ เผื่อหลานซึ่งก็เผาเงินเก็บเป็นแสนเป็นล้านแล้ว
ลูกนี่ต้องใช้ทั้งเงินและเวลาในการเลี้ยงดู ไม่ว่าจะค่าอาหารเสื้อผ้าขนมยารักษาอุปกรณ์เด็กเล็กเด็กโตค่าเล่าเรียนแปะเจี๊ยกิจกรรมตลอดไปจนของเล่นและยานพาหนะ แบบว่าไม่พร้อมจริงเอาไม่อยู่ต้องลำบากพ่อแม่ปู่ย่าตายายอีก

อเมริกาที่มีค่านิยมออกบ้านกันเดียวนี้ก็ออกกันไม่ค่อยไหวเยอะเพราะค่าบ้านแพงจัด ค่าครองชีพสูง จนคนที่ไม่ไหวก็อยู่บ้านพ่อบ้านแม่ ที่พอไหวก็เช่าห้องอยู่กัน มีที่ซื้อบ้านกันไม่มากเหมือนสมัยก่อน
เรื่องนี้ระบบการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วยเหมือนกัน แม้แต่ประเทศอย่างแคนนาดาเองก็ประสบปัญหาเด็กจบมาแล้วหางานไม่ได้ ไม่เหมือนกับที่มหาลัยคุยเอาไว้ หนี้ท่วมหัวกองอยู่ห้องใต้ถุนบ้านกันก็มี ตลอดจนคณะศาสตร์มากมายของมหาลัยที่ชวนสงสัยว่ามีตลาดแรงงานรองรับหลังจบด้วยเหรอหรือศาสตร์นั้นๆ จะเอาไปใช้ในเชิงธุรกิจอย่างไร

@weapon : ดูจากผลสำรวจและประเทศแล้วผมว่าก็น่าจะมีส่วนบ้างล่ะครับ

@NiceguyCC : เพิ่มอีกนิด คนหนุ่มสาวทำงานที่มีรายได้เข้าเกณฑ์เสียภาษี ในอเมริกานี่ต้องแถมแบกคนที่ไม่ทำงานด้วย(ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดนี้ยกเลิกอะไรพวกนี้ไปเท่าไหร) ของแคนนาดากับอียูไม่แน่ใจว่าต้องแบกช่วยอะไรบ้าง


เรายังนั่งคิดอยู่เลยว่าอนาคตนะว่าคนจังยังให้ความสำคัญกับการศึกษาอีกไหมโดยเฉพาะการศึกษาแบบแมสแบบนี้ ปริญญาเรียนไว้แปะฝาบ้านเป็นเรื่องที่เราเห็นทุกที่ทุกปรพเทศเรียนมาก็ไม่ได้ใช้ เรียนมาก็ทำงานไม่ตรงสาย แล้วการศึกษามันมีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก ของต่างประเทศซื้อบ้านหลังได้เลยนะแต่เงินเดือนจบมาเท่าขี้มด พูดง่ายๆคือขาดทุนยับ กลับกันเราเห็นพวกที่ประสบครามสำเร็จได้โดยไม่ต้องพึ่งระบบการศึกษาเยอะ เช่นนักแสดง นักกีฬา พวกฟาวเดอร์ดังๆ แบบมาร์คซํค หรือสตีฟจ๊อบ ที่มองการศึกษาเป็นแค่เออกุก็เรียนนะแต่จริงๆกุไม่จำเป็นต้องเรียนหรอก


อีกข้อ เรื่องวัฒนธรรมแยกบ้านอยู่ฝรั่งเขาซีเรียสมากนะ เป็นการผลักดันให้เด็กๆตอนมัธยมต้องทำงานพิเศษเก็บเงินเพื่อย้ายออก แต่ตอนนนี้เป็นอย่างงั้นแล้วระวังเหอะอนาคตจะร้ายกว่านี้คือเกิดฮิคกี้เกิดนีตขึ้น ยิ่งงานหายากแบบนี้ด้วย
 

ออฟไลน์ natask

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,291
  • ถูกใจแล้ว: 387 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-19
  • เพศ: ชาย
  • หาไม่เจอหรือเธอว์มีดุ้น
Re: ว่าด้วยปัญหาอัตราการเกิดลด
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2018, 10:26:07 AM »
สตีฟจ๊อบ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เรียนนะ เขาเรียนไม่จบแต่ก็เรียน ผมว่ากรณีเขามันคนล่ะกรณีกับการศึกษาแถวๆบ้านเรา และอย่างที่คุณบอกเขาเป็นฟาวเดอร์นั่นแหละ แต่มันไม่ใช่ว่าใครจะเป็นได้
เขามีความคิดที่จะริเริ่มทำอะไรใหม่ เขาจึงไปเรียน ไปฝึกและจดจำสิ่งที่สำคัญที่จำเป็นสำหรับการสร้างนวัตกรรมของเขา(แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนทุกตัว แค่บางตัวที่เขาอยากรู้ นั่นเลยทำให้เขาเรียนไม่จบ)
ดังนั้นผมคิดว่าเราไม่ควรเอาคนธรรมดาไปเทียบกับระดับฟาวเดอร์นะ คนที่จะสำเร็จในระดับนั้นก็มีไม่กี่คนในโลกหรอก


ต่างกับบ้านเรา คือเราไม่รู้ว่าจะทำอะไร ข้อมูลที่เด็กจำเป็นต้องรู้ก็ไม่ชัดเจน สุดท้ายหลักสูตรมันกลายเป็นเรียนแบบเยอะๆให้เยอะที่สุดเผื่อเหล่าเด็กน้อยจะเจอสิ่งที่อยากทำ ซึ่งมันผิดตั้งกะวิธีคิดของกระทรวงแล้ว
ช่วงแรกควรสอนให้เด็กชอบคิด ชอบหาข้อมูลสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แล้วไปหาอ่านเพื่มเอง แต่ปัญหาอีกอย่างคือ หนังสือไทยหลายเล่มเขียนห่วยมาก(เช่นวิชาสังคม-วิทย์บางเล่ม) เขียนแต่น้ำ รูปก็น้อย ขาวดำอีก เนื้อแทบไม่มี
เขียนวนไปวนมา เหมือนพยายามทำยังไงก็ได้ให้เล่มมันหนา ทั้งๆที่จริงๆอย่างเก่งผมให้แค่ 60หน้า แต่เขียนยืดยาวมาจนได้180หน้า พอเรียน ป.ตรี หัดอ่านพวก textbook ทำให้รู้เลยว่าการอ่านแต่เนื้อๆมันเป็นยังไง
พอเปิดกลับไปดูหนังสือ ม.ปลาย รู้สึกเสียใจแทนน้องๆที่ต้องอ่านหนังสือพรรนั้น เลยอยากแนะนำน้องหลายคนที่ยังเรียนมัธยมอยู่ว่า หัดอ่านภาษาอังกฤษไว้ หนังสือต่างนั้นประเทศดีกว่ามาก (ในสายวิทย์อ่ะนะ)
ยิ่งตอนนี้ไฟล์ pdf textbook เปิด google ก็เจอแล้ว ไม่จำเป็นต้องสั่งหลักพันมาอ่านจริงก็ได้ ความรู้มันหาได้ตลอดแหละ แต่เราต้องรู้ก่อนว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร แล้วค่อยไปหาส่วนนั้นมาเติม


ส่วนปัญหาการเกิด ผมมองแค่ประชากรที่การศึกษาน้อยจะเกิดขึ้นมาก และคนที่มีการศึกษาสูงจะน้อยลง ผลก็คือพวกที่ความรู้น้อยจะเลือนเข้ามาในตำแหน่งที่ต้องใช้ความรู้มากแทน ซึ่ง.....
จิงๆผมก็เริ่มเห็นหล่ะ พวกเด็กรุ่นใหม่ที่คิดว่าตัวเองแน่ เข้ามาทำงานแบบคิดว่าตัวเองถูก รุ่นพี่เตือนก็ไม่ฟัง พอมีปัญหาก็แก้อะไรไม่ได้ ลนไปหมด บางอย่างถ้าไม่เก่งจริงมันต้องใช้ประสบการณ์
ถ้าเก่งจริง แก้ไขได้เองจริงก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่ส่วนมากเป็นพวกเก่งไม่จริงนะสิ คนที่ต้องคอยตามแก้งานนี่เหนื่อยนะเฟ้ย สุดท้ายเลยออกมาเรียนโทแม่ม  ???  ช่างมันหล่ะ
ดูสิ คนงงจะสอนคนงงรุ่นต่อไปยังไง555

 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก