...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าลึกอันแสนวังเวงมีหมู่บ้านที่มีกำแพงใหญ่ราวกับสร้างไว้ป้องกันอันตรายอะไรสักอย่างจากภายในป่านอกหมู่บ้าน
ณที่แห่งนั้น ได้ปรากฏร่างของสาวน้อยที่มีชื่อว่า อามาเรีย กำลังกระวนกระวายเกี่ยวกับการหายตัวไปของน้องสาว
จนอยากจะออกไปตามหาด้วยตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆเพราะในป่านั้นเต็มไปด้วยอันตราย
แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะออกไปตามหา แม้ว่าจะโดนคัดค้านจากพวกผู้ใหญ่ก็ตาม
ทว่าเป็นโชคดีเหลือเกินที่ จู่ๆ น้องสาวของเธอที่ชื่อว่า มิรุมุ ก็กลับมาได้อยากปลอดภัยในสภาพเนื้อตัวมอมแมมเปื้อนโคลนไปหมด

เมื่อ อามาเรีย เห็นว่าน้องสาวกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็โผเข้ากอดทั้งน้ำตา ก่อนจะถามถึงเหตุผลกับ มิรุมุ ว่าไปอยู่ไหนมาถึงได้กลับบ้านเอาดึกๆดื่นๆขนาดนี้
มิรุมุ ตอบพี่สาวด้วยความไร้เดียงสาว่า เธอไปหาดอกไม้หายากชนิดหนึ่งมีแสงสวยงามที่มีชื่อว่า ดอกไม้แห่งมานา เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้ อามาเรียนั่นเอง
ทว่าเมื่อผู้ใหญ่บ้านได้ยินก็ตกใจเป็นอย่างมากเพราะว่า ดอกไม้แห่งมานา จะขึ้นเฉพาะในสถานที่ต้องห้ามที่มีชื่อว่า โดว์ลูก้า แต่ชาวบ้านคนอื่นๆก็พยายามมองในแง่บวกว่ากลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว
อะไรๆเหมือนจะผ่านไปด้วยดีจนกระทั้ง อามาเรีย สังเกตเห็นรอยบาดบนหน้าผากของน้องสาวจึงถามด้วยความเป็นห่วง
แต่เมื่อผู้ใหญ่บ้านเห็น แผลนั่น ก็ตกใจจนแทบคุมสติไม่อยู่ และบอกว่านั่นไม่ใช่แผล แต่เป็นรอยปริที่แสดงให้เห็นว่า มิรุมุน้องสาวของ อามาเรีย นั้น
ติดโรคร้ายแรงที่เรียกกันว่า "โรคแม่มด" ไปแล้วนั่นเอง
จากนั้นคนหนุ่มในหมู่บ้านก็ไม่รอช้าไปคว้าธนูมาหวังจะปลิดชีพ มิรุมุ ก่อนที่ อาการจะกำเริบ ซึ่งอามาเรียก็เข้ามาปกป้องน้องสาวอย่างสุดชีวิต
แต่ผู้ใหญ่บ้านและคนในหมู่บ้านก็ ขอให้อามาเรียเข้าใจด้วย ว่ามันจะเป็นภัยพิบัติถึงขั้นล้างหมู่บ้าน อามาเรียเองก็น่าจะเข้าใจดี
เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ในหมู่บ้านมาเมื่อ3ปีก่อนและก็ทำให้ ทั้งอามาเรียและมิรุมุ ต้องกำพร้า พ่อแม่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ฉะนั้นรีบๆทำให้ มิรุมุได้ไปสบายจะดีกว่า

แต่อามาเรียก็เสนอทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องฆ่ามิรุมุก็คือพวกเธอทั้งสองคนจะยอมออกไปจากหมู่บ้านในทันที และพวกเธอก็จากไป
คนในหมู่บ้านต่างถามผู้ใหญ่บ้านว่าปล่อยไปแบบนี้จะไม่เป็นไรรึ แต่ผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่าดีแล้วเพราะยังไง
เด็ก2คนนั้นก็คงถูกปีศาจในป่าจับกินอยู่ดี แบบนี้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับสองพี่น้องนั่นก็ได้
1ปีต่อมาดูเหมือนว่า สองพี่น้องยังรอดชีวิตมาได้

ซึ่งทั้งสองได้เข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรที่มีชื่อย่อว่า WR (ไวส์สริตเตอร์)
และมิรุมุดูเหมือนจะได้รับการเข้าผ่าตัดในฐานะผู้ทดลองในการรักษาโรคแม่มดที่มีชื่อว่า เฮคเซซินโดรม
โดยเธอมีโค๊ดเนมรหัส 666 โดรีน และในการทดลองผ่าตัดครั้งนี้ อามาเรีย ได้มอบตุ๊กตาที่เปรียบเสมือนเครื่องรางคุ้มครอง
ซึ่งเป็นตุ๊กตาคล้ายนักรบตัวจิ๋วที่มีชื่อว่า Hundred Knight มาเพื่ออวยพรให้การผ่าตัดในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
แต่ทว่าหลังจากเริ่มผ่าตัดได้ไม่นานก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเพราะมิรุมุหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน
แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามเยื้อชีวิตไว้อย่างเต็มที่แต่ก็ไม่เป็นผล การผ่าตัดล้มเหลวไปพร้อมกับชีวิตของมิรุมุ
ก่อนที่หัวหน้าที่นำการผ่าตัดจะให้ลูกน้องนำข่าวร้ายนี้ไปแจ้งให้กับอามาเรียที่ดูเหมือนตอนนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของWRอยู่
และกำลังออกไปปฏิบัติภาระกิจสำคัญคือการฆ่าแม่มดที่เป็นภัยกับมนุษย์
จากนั้นในห้องก็เหลือแค่ร่างไร้วิญญาณของมิรุมุกับเจ้าหน้าที่หนุ่มคนหนึ่งที่นำตุ๊กตา Hundred Knightมาให้ร่างของเด็กน้อยสวมกอด
พรางขอโทษที่เขาไม่สามารถช่วยให้เธอรอดชีวิตได้แต่เขาสาบานว่าจะต้องหาทางรักษาโรคแม่มดให้ได้เพื่อไม่ให้การเสียสละของเธอนั้นปล่าวประโยชน์
แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงหัวใจเต้นจากมิรุมุอีกครั้งเจ้าหน้าที่หนุ่มหันมามองร่างมิรุมุอีกครั้งด้วยความตกใจและสิ่งที่เขาเห็นก็คือ....

โรคแม่มดในตัวมิรุมุตื่นขึ้นดวงตาที่3ของเธอเปิดออกพร้อมการกลับมามีชีวิตของตุ๊กตาคุ้มครองที่มีชื่อว่า Hundred Knight