ผมไปอ่านบอร์ดต่างประเทศมา จากข่าวอิปโปล่าสุด แม้กระทั่งแฟนชวญี่ปุ่นก็ยั๊วะจัดมาก
ว่าคนเขียนกันพอหอมปากหอมคอก็ว่ากันเรื่องของโค้ช คาโมกาว่า ว่าเป็นโค้ชที่แย่มากในการทำลายนักกีฬาที่มีพรสวรรค์คนหนึ่งอย่างอิปโปไป ใช้มวยแบบรูปแบบเก่าและใจสู้ซึ่งทำลายร่างกายและสภาพของนักกีฬาไปเสียเปล่าๆ
ผมว่าใันเป็นแนวคิดที่ทำลายตนเองอย่างไรก็ไม่รู้ล่ะครับ
อาจจะเป็นเพราะชาติตะวันตกเป็นชาติที่เชื่อเรื่องวิทยาศาสตรืการกีฬาและมองว่าการทำลายร่างกายของตนเองหรือใจสู้ เอาหน้าไปกระทบหมัดคู่ต่อสู้นั้นเป็นเรื่องที่ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพไปเปล่าๆ
ผมสังเกตว่า นี่อาจจะเป็นแนวความคิดคนยี่ปุ่นที่เชื่อเรื่องจิตวิญญาณนักสู้..ซึ่งเชื่อเรื่องนั้นก็ดี แต่ชอบเอาเรื่องจิตวิญญาณนักสู้มายกข่มวิทยาศาสตร์การกีฬา แย่างเรื่องอายชิลด์ 21 ก็มีการบอกว่าอมิโน่ ไซบอรืกที่ดำเนินการตามวิทยาศาสตร์การกีฬาสู้การฝึกแบบบ้าคลั่งแบบอื่นไม่ได้

...
กลับมาที่เรื่องโค้ชคาโมกาว่า แขวนนวมไปเพราะสไตล์ทำลายตนเองของตนเอง แต่่ก็ยังดื้อรั้นที่จะดึงดันจนทำลายสภาพร่างกายตนเองและปลูกฝังความคิดนั้นให้อิโปอีกต่างหาก
อาจจะเป็นเพราะผมแก่มากขึ้นจากเดิมก็ได้

พอมองย้อนกลับไปในเรื่องแสลมดังก์แล้วรู้สึกโมโหโค้ชอันไซ ที่ควรจะหยุดซากุรางิ ในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมนั้น
นักกีฬาบ้าบิ่นทำลายตนเองเพราะการฝึก ..นั่นคือสาเหตุที่ต้องมีโค้ชคอยคุม ไม่อย่างนั้นถ้าตามใจนักกีฬาก็ไม่จำต้องมีโค้ชแล้วและแนะแนวทางที่ดีให้กับนักกีฬาของตนเอง
มีการเปรียบเทียบกับ โจ สิงห์สังเวียนว่า โค้ชดันเปย์เป็นโค้ชที่ดีกว่า คาโมกาว่ามาก ถึงคนจะมองว่าไม่ใช่คนที่นิสัยดี
แต่เป็นคนที่พยายามสั่งสอนโจ ในเรื่องของเทคนิคและพื้นบานการชกมวย ในเรื่องของการป้องกัน แต่โจดันรั้นไม่เชื่อฟังเอง

ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำให้ตนเองบาดเจ็บอย่างนั้น

หากจะว่าข้อเสียคือเป็นคนที่ระวังตัวเกินไป ห่วงสุขภาพโจ ในฐานะนักกีฬา และผลก็เป็นอย่างที่ดันเปว่าคือ โจดันตายจริงอย่างที่พุด
มีคนบอกว่าดันเป เป็นโค้ชที่สอนตามหลักสูตรและคำแนะนำทุกอย่างเป็นคำแนะนำที่ดี น่าเสียดายโจดันเป็นนักกีฬาที่ไม่ฟังใคร หากดันเปเจอคนที่เชื่อฟังอย่างอิปโป คงได้ระดับแชมป์ไปแล้ว
ทุกท่านคิดอย่างไรกับแนวความคิดพวกนี้บ้างครับ?
ส่วนตัวผม ไม่ว่าอะไรหรอกนะที่จะเอาความเป็นจริงเรื่องสภาพร่างกายของนักกีใาเอามาพูด แต่ก็ไม่ควรจะเล่นมุกเรื่องสภาพร่างกายของนักกีฬาแล้วดันเอาคนที่ยึดแนววิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นตัวร้าย พวกฝรั่งมองว่าคนญี่ปุ่นนี่ทั้งทำงานหรือไม่ก็ทำอะไรนี่คือทำลายตนเองในระหว่างทางทั้งนั้น